ข่าวอินโฟเควสท์
16:00 ธนาคารกลางส่วนใหญ่มั่นใจนโยบายเศรษฐกิจจีนขับเคลื่อนการเติบโต   สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างผลสำรวจซึ่งจัดทำโดยอินเตอร์เนชันแนล ไฟแนซ์ ฟอรั่ม (I…
15:54 GREEN ชนซิลลิ่ง 29.41% ตอบรับแผนแจกวอร์แรนต์ผู้ถือหุ้น 3:1   หุ้น GREEN ราคาพุ่งชนซิลลิ่ง 29.41% มาอยู่ที่ 1.32 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท มูลค่าซื…
15:46 "อาเบะ" เล็งเยือนอิหร่านเดือนหน้า คาดเป็นผู้นำญี่ปุ่นคนแรกในรอบ 40 ปีที่เยือนอิหร่าน   สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยแหล่งข่าวจากรัฐบาลญี่ปุ่นว่า นา…
15:44 Asia Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียประจำวันที่ 22 มิถุนายน 2561   ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงในวันนี้ เนื่องจากความวิตกที่เพ…

ครม.เห็นชอบเปลี่ยนโทษปรับอาญาให้สอดคล้อง ม.77 ใน รธน.ปัดเอื้อคนรวย

ข่าวการเมือง สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 18:17:13 น.

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการเรื่องการกำหนดโทษอาญาให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานที่จะตรากฎหมายควรจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น และรัฐควรจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น ยกเลิกและปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็น หรือไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ หรือเป็นอุปสรรค เพื่อไม่ให้เป็นภาวะแก่ประชาชน

"เนื่องจากมีกฎหมายหลายเรื่องที่ไม่ได้มีความรุนแรง แต่ยังมีโทษอาญาอยู่ทำให้เป็นคดีความรกศาล จึงเห็นควรให้ปรับโทษอาญาให้เป็นโทษอย่างอื่น" พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า เพื่อให้เกิดความชัดเจนจึงกำหนดให้เรื่องที่ต้องมีโทษอาญาจะต้องกระทบต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีต่อประชาชนอย่างร้ายแรง มีผลกระทบต่อส่วนรวม หรือเป็นกรณีที่ไม่สามารถใช้มาตรการอื่นที่เพียงพอที่จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเกิดประสิทธิภาพ แต่ถ้ามีเพียงโทษปรับ หรือโทษจำคุกที่เปรียบเทียบเป็นค่าปรับได้ ให้ถือว่าไม่ใช่ความผิดร้ายแรง

ที่ประชุมฯ มอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปออกกฎหมายกลาง จะได้ไม่ไปแก้กฎหมายที่มีอยู่มากมายหลายฉบับ ซึ่งจะกำหนดโทษปรับทางปกครอง ไม่ใช่โทษปรับทางอาญาที่มีการบันทึกประวัติเอาไว้ด้วย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีให้ข้อสังเกตุว่าอาจถูกมองเอื้อประโยชน์ต่อคนมีฐานะ ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีชี้แจงว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะคดีดังที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ได้มีโทษร้ายแรง

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังให้มีการพิจารณาทบทวนกฎหมายกรณีการกระทำความผิดที่มีโทษคล้ายกันแต่ร้ายแรงต่างกัน เช่น กรณีลักทรัพย์กับฉ้อโกง ตลอดจนการแยกโทษของนิติบุคคลและบุคคลทั่วไป เว้นแต่มีหลักฐานชี้ว่ากรรมการผู้มีอำนาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าว

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง