"อภิสิทธิ์"รับเคยคุย"โภคิน"แค่แลกเปลี่ยนความเห็นการเมือง แต่ไม่คิดร่วมงาน"เพื่อไทย"หากยังอยู่ใต้เงา"ชินวัตร"

ข่าวการเมือง 26 กันยายน พ.ศ. 2561 13:17 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยอมรับว่าเคยพบกับนายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่สำนักกฎหมายธรรมนิติ เนื่องจากตนเดินทางไปพบนายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี เพื่อติดต่อประสานงานเรื่องการเดินทางไปประเทศจีน รวมถึงกรณีมีคณะบุคคลจากจีนเดินทางมาประเทศไทย แต่ไม่ได้พูดคุยกันว่าพรรคเพื่อไทยจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นเพียงการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการเมืองทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่พูดถึงปัญหาข้อกฎหมายและการทำงานของพรรคการเมืองมากกว่า

"ตอนนั้นยังไม่มีการปลดล็อคหรือคลายล็อค ซึ่งเป็นเรื่องปกติเวลาที่พบกับคนของพรรคเพื่อไทยในเวทีต่างๆ หากจะมีการพูดคุยเรื่องการเมืองก็จะเป็นเรื่องเหล่านี้" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้พูดชัดเจนมาตลอดว่าทำงานการเมืองในเรื่องของอุดมการณ์ และถ้าอุดมการณ์ไม่ตรงกันก็ร่วมงานกันไม่ได้ นี่คือจุดยืนที่แสดงมาตลอด ไม่ต้องมีปัญหาการตีความ จึงไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวมาจากที่ไหน แต่ได้ทราบว่านายโภคินก็ออกมาปฏิเสธแล้ว

"ข้อเท็จจริง พรรคเพื่อไทยก็ยังไม่ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้บริหารอะไร อย่างไร ยังนึกไม่ออกว่าเขาจะคิดเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ทราบเจตนาของคนที่ปล่อยข่าวนี้ออกมา แต่ขอยืนยันว่าเรื่องอุดมการณ์นั้น หากพรรคเพื่อไทยยังอยู่ภายใต้ของครอบครัวชินวัตร และไม่ดึงตัวเองให้พ้นจากการสนับสนุนของระบอบทักษิณ ก็เป็นไปไม่ได้ที่ทั้ง 2 พรรคจะทำงานร่วมกัน" นายอภิสิทธิ์ ระบุ

เมื่อถามว่าหากหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไม่ใช่คนตระกูลชินวัตร จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์สามารถทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้พูดถึงแค่ตัวหัวหน้าพรรค แต่พูดถึงแนวทางทางการเมือง ไม่ว่าใครจะเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แต่ถ้าพรรคนั้นยังมีพฤติกรรมเดิมที่เหมือนกับระบอบทักษิณ ไม่ว่าใครจะทำ ตนก็คัดค้าน และทั้ง 2 พรรคทำงานร่วมกันไม่ได้ ต่างฝ่ายก็ต่างทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป เพราะตนก็มีความสม่ำเสมอในอุดมการณ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าเหตุใดจึงมีข่าวลักษณะนี้ออกมาในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังจะเลือกหัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีข่าวแปลกๆ มาตลอด ยังรู้สึกงงๆ อย่างกรณีที่มีข่าวอดีต ส.ส.บอกว่าถูกให้ออกจากกลุ่มไลน์ของพรรค ก็ถูกนำมาโยงเรื่องตน ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลกดี


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ