ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก"ธาริต" 1 ปี ไม่รอลงอาญา ฐานหมิ่นประมาท"สุเทพ"ทุจริตสร้างโรงพัก

ข่าวการเมือง 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561 12:24 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ศาลฎีกาพิพากษากลับให้จำคุก นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ฐานหมิ่นประมาท นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กรณีแถลงข่าวกล่าวหาทุจริตโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนจำนวน 396 แห่ง เนื่องจากศาลเห็นว่านายธาริตไม่ได้มีหน้าที่ตรวจสอบและชี้มูลว่าใครเป็นผู้กระทำผิด ซึ่งหน้าที่ดังกล่าวเป็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่วนที่นายธาริตขอถอนคำปฏิเสธและยื่นรับสารภาพนั้นไม่สามารถกระทำได้ในชั้นฎีกา และที่นายธาริตอ้างว่าได้มีการเยียวยาและไกล่เกลี่ยกับนายสุเทพเป็นผลสำเร็จนั้น ศาลเห็นว่าขั้นตอนการไกล่เกลี่ยยังไม่สำเร็จ เพราะผลการไกล่เกลี่ยจะต้องเป็นที่ยุติของทั้งสองฝ่าย ไม่เป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

คดีที่นายสุเทพได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริตในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 กรณีที่นายธาริตแถลงข่าวการดำเนินคดีนายสุเทพฐานเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนจำนวน 396 แห่ง เมื่อวันที่ 7 ก.พ.56 โดยระบุในคำฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 21 ม.ค.-4 ก.พ.56 นายธาริตขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ แถลงข่าวกล่าวหาว่า นายสุเทพขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีได้สั่งการไม่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ทำสัญญาก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่งเป็นรายภาคตามที่ สตช.เสนอ แต่กลับให้รวมสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างให้บริษัท พีซีซี ดิเวลล็อปเม้นท์ แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลเพียงรายเดียว ซึ่งต่อมาเกิดปัญหาไม่สามารถก่อสร้างได้เสร็จทันตามกำหนดเวลา ซึ่งคำแถลงของนายธาริตดังกล่าวล้วนเป็นเท็จทำให้ได้รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง

โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 มี.ค.58 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าแม้การแถลงข่าวของนายธาริตจะเป็นการกล่าวหานายสุเทพว่าเป็นผู้สั่งการให้ยกเลิกโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจจากรายภาคมาเป็นรายเดียวแต่ก็เป็นการอนุมัติตามหนังสือของ สตช.เสนอมา ซึ่งสอดคล้องกับที่นายสุเทพได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ต่อมาภายหลังได้มีการร้องเรียนว่าพบข้อมูลการทุจริตในโครงการดังกล่าว จากนั้นดีเอสไอได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนและรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ รวมทั้งยังเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ การแถลงข่าวของนายธาริตจึงเป็นการตรวจสอบโครงการดังกล่าว และให้ความเห็นทางกฎหมายในฐานะอธิบดีดีเอสไอ ไม่ได้มีการยืนยันข้อเท็จจริงแต่อย่างใดว่าโจทก์ได้กระทำการทุจริตใดๆ ซึ่งในการแถลงข่าวของนายธาริตได้กล่าวในตอนท้ายว่าเป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป

ต่อมาวันที่ 3 พ.ค.59 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่า พยานหลักฐานของนายสุเทพยังไม่มีน้ำหนักให้รับฟังเพียงพอได้ว่าการกระทำของนายธาริตเป็นความผิดตามที่นายสุเทพฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของนายสุเทพฟังไม่ขึ้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน หลังจากนั้นนายสุเทพได้ยื่นฎีกาคดีต่อ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายธาริตได้มอบหมายให้ทนายความอ่านแถลงการณ์ขอขมาต่อนายสุเทพ และยื่นคำให้การใหม่ต่อศาลฎีกาเป็นขอรับสารภาพผิด โดยขอให้ศาลลงโทษสถานเบา พร้อมขอให้เลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไป 60 วัน และให้ทนายความนำเงินสด 1 แสนบาทวางต่อศาลเพื่อเป็นการเยียวยาต่อนายสุเทพด้วย แต่นายสุเทพไม่ยอมไกล่เกลี่ยและไม่รับคำขอขมาดังกล่าว โดยให้ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาขอให้อ่านคำพิพากษาตามนัดในวันนี้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ