"สมชัย" จี้ กกต.ทำงานเชิงรุก ตรวจสอบปมพรรคพลังประชารัฐจัดโต๊ะจีนระดมทุนภายใน 1 สัปดาห์

ข่าวการเมือง 23 ธันวาคม พ.ศ. 2561 15:13 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการจัดระดมทุนของพรรคพลังประชารัฐในรูปแบบการจัดโต๊ะจีนแล้วเกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายว่า ในมาตรา 73ของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ระบุไว้ว่า ห้ามมิให้ข้าราชการการเมืองใช้สถานะหรือตำแหน่งหน้าที่เรี่ยไรหรือชักชวนให้มีการบริจาคให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่การจัดงานระดมทุนของพรรคพลังประชารัฐ มีข้าราชการการเมืองที่เกี่ยงข้อง 4 รายการคือ กรณีแรก เป็นโต๊ะจีนในนาม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ มีจำนวน 4 โต๊ะ 12 ล้านบาท ต้องตรวจสอบว่าได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปเรี่ยไรหรือไม่ หรือหากตัวรัฐมนตรีเป็นผู้บริจาคเอง ตามกฎหมายระบุว่าจะบริจาคให้พรรคการเมืองได้ไม่เกิน 10 ล้านบาท ดังนั้น อีก 2 ล้านบาทเป็นเงินที่ได้มาจากไหน

ส่วนกรณีที่สอง เป็นโต๊ะจีนของนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และหัวหน้าพรรค จำนวน 1 โต๊ะ 3 ล้านบาท กรณีนี้ตรวจสอบไม่ยาก เพราะหากนายอุตตมเป็นผู้บริจาคเองก็จบ แต่หากไปเรี่ยไรจากคนอื่นก็จะผิดในฐานะใช้ตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรมไปเรี่ยไรเงิน

ส่วนกรณีนายณพพงศ์ ธีระวร หรือ ดร.เอก ที่ปรึกษารมว.พาณิชย์และ และรมว.อุตสาหกรรม มีความลึกลับซับซ้อน เพราะมีการบริจาคจำนวนเงินที่สูงมากที่สุด มีการระบุว่าจองโต๊ะถึง 24 โต๊ะ 72 ล้านบาท หาก ดร.เอก เป็นที่ปรึกษาของสองรัฐมนตรีจริง และจ่ายเงินของตนเองจริง จะบริจาคได้ไม่เกิน 10 ล้านบาท จึงเป็นภาระที่ต้องพิสูจน์ ว่าเกิดจากการเรี่ยไรหรือไม่ แต่ในทางนิตินัยกลับพบว่า ดร.เอก เป็นที่ปรึกษาจากการแต่งตั้งพิเศษของรัฐมนตรีพาณิชย์ ไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ถือว่าเป็นที่รับรู้ของสังคมเพราะมีการให้เครดิตตัวเองบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เป็นที่ปรึกษาทั้งที่ความจริง ไม่ได้เป็นที่ปรึกษาโดยตำแหน่ง จึงไม่เข้าข่ายข้าราชการการเมือง

"ซึ่งมาตรา73 ไม่ครอบคุมถึง เอาผิดไม่ได้ แต่ผมอยากชี้ให้สังคมเห็นว่า มีการใช้ช่องว่างทางกฎหมาย เพื่อทำหน้าที่หาเงินเข้าพรรค ดังนั้นคนที่เป็นรัฐมนตรีคนที่มีคำสั่งแต่งตั้ง ดร.เอก ต้องรู้จักละอาย และรับผิดชอบในเรื่องนี้ และกรรมการบริหารพรรคในฐานะที่เป็นองค์รวมของกิจกรรมนี้ ต้องไปตรวจสอบว่ามีใครชักชวน ให้มาร่วมบริจาคหรือไม่"

ส่วนรายการที่ 4 คือ กรรมการบริหารพรรค 3 โต๊ะ 9 ล้านบาท ซึ่งมี 7 คน ใน 26 คนเป็นข้าราชการการเมือง จึงต้อบไปตรวจสอบว่า ทั้ง 7 คนนี้ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปชักชวนเรี่ยไรหรือไม่ ตนถือว่าต้องมีส่วนรับผิดชอบในฐานะกรรมการบริหารพรรคด้วย ซึ่งต้องดูตามกฎหมายว่าจะพาดพิงถืงกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ ซึ่งในมาตราที่ 127 กำหนดโทษไว้ชัดว่า ใครทำผิดมาตรา 73 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สี่หมื่นถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี เรื่องนี้จึงต้องเดินหน้าต่อ และทั้ง7คน ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาความผิด แต่ยังไม่เข้าข่ายถูกยุบพรรคพลังประชารัฐเพราะกฎหมายมุ่งไปที่ตัวบุคคล

"ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และท้ายาย กกต. ว่าจะจัดการอย่างไร เพราะเป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.ป. พรรคการเมือง แม้จะมีผู้บริหารของ กกต.บางคน พูดว่า ระหว่างที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง พรรคการเมืองจะทำอะไรก็ได้ จะออกมาจากใครก็ตามขอให้กลับไปดูกฎหมายใหม่ เพราะในกฎหมาย กกต.มาตรา22 วรรครองสุดท้าย ระบุไว้ชัดเจนว่า ในการควบคุม กำกับ ดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้ถือเป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการที่จะดำเนินการสอดส่อง สืบสวน หรือไต่สวน เพื่อป้องกันและขจัดการกระทำหรืองดเว้นการกระทำอันใดที่อาจก่อให้เกิความไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรมในการเลือกตั้งได้ ไม่ว่าจะเปนเวลาในระหว่างประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม ซึ่งมาตรานี้เป็นไม้เด็ดของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีต ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่ให้อำนาจ กกต. ไว้ "

นายสมชัยยังขอให้ กกต.อย่าทำงานเชิงรับ แต่ต้องติดต่อกับพรรคพลังประชารัฐเพื่อขอดูรายชื่อแขกที่ร่วมงานทั้งหมด แผนผังจากออร์แกไนซ์ และต้องขอดูกล้องวงจรปิดภายในงานว่ามีใครบ้าง สื่อที่ลงข่าว ว่าได้แผนผังมาอย่างไร ซึ่งจะให้เวลา กกต.ในการรวบรวมข้อมูล 1 สัปดาห์ ถ้าหากยังไม่คิดทำอะไร อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผิดมาตรา 157 เพราะสังคมอยากเห็นการทำงานเชิงรุกของ กกต. เพื่อให้เห็นว่ากฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่นอนรอว่าเมื่อไหร่จะครบ 60 วัน ที่พรรคการเมืองจะส่งรายละเอียดมาให้ เพราะประเด็นนี้เป็นที่สงสัยของสังคม มีการใช้อำนาจหน้าที่ของรัฐและข้าราชการการเมืองไปทำให้เกิดประโยชน์และความได้เปรียบเสียเปรีนบในการเลือกตั้ง กกต.จะนิ่งเฉยไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะเสื่อมไปมากกว่านี้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ