เลือกตั้ง'62: ประชาธิปัตย์ ชูชุดนโยบาย"แก้จน-สร้างคน-สร้างชาติ"ตอบโจทย์ประเทศไม่ได้ หากไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ข่าวการเมือง Wednesday March 13, 2019 12:56 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประธานกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคฯและนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ร่วมแถลงข่าวชี้แจงถึงเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

นายกรณ์ กล่าวว่า ปชป.ลงพื้นที่ทำงานด้านนโยบายมาตลอด 5 ปีที่มีรัฐบาลจากรัฐประหาร ทั้งการลงพื้นที่ทำจริง เก็บข้อมูล ศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ จากนักวิชาการและปราชญ์ชาวบ้าน จนขมวดรวมเป็นชุดนโยบาย "แก้จน-สร้างคน-สร้างชาติ" สามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และประเทศชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด โดยแยกรายละเอียดในแต่ละชุดอย่างเป็นระบบ

"ชุดนโยบายนี้จะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทยและประเทศชาติมากที่สุด คือการที่พรรคประชาธิปัตย์จะต้องเป็นแกนนำรัฐบาลเท่านั้น จากการพิจารณาจากอุดมการณ์ของพรรคเพื่อไทย และหลักคิดทางนโยบายต่างๆ รวมไปถึงประวัติในการบริหารประเทศ แล้วพบว่า ไม่สามารถร่วมรัฐบาลกันได้อย่างแน่นอน เพราะไม่ได้เป็นประชาธิปไตยสุจริต และชัดเจนว่า ไม่ได้ยึดประชาชนเป็นใหญ่ ตัวอย่างเช่นมีการผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และอีกหลายนโยบายที่สวนทางกับนโยบายของ ปชป.ส่วนในประเด็นแนวนโยบายของพรรคพลังประชารัฐนั้น มีหลายข้อที่เรามองว่า นโยบายพรรคประชาธิปัตย์ของเราตอบโจทย์ความต้องการประชาชน และการพัฒนาเศรษฐกิจได้ดีกว่า"

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ตลอดมาได้เน้นนโยบายที่ส่งเสริมทุนใหญ่ ล่าสุดความพยายามที่จะเร่งรัดการประมูลดิวตี้ฟรี ในวิธีการที่จะคงไว้ซึ่งสิทธิผูกขาดของผู้ประกอบการ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่ารัฐบาลละเลยการรักษาประโยชน์สูงสุดของประชาชนและบ้านเมือง

"พรรคประชาธิปัตย์มองว่าประชาชนทั่วไปในระดับฐานราก และชนชั้นกลางถูก ละเลยมานาน นโยบายปชป. จึงเน้นคนวัยทำงาน และผู้มีรายได้น้อย เราไม่ขายแต่ GDP เราชูดัชนี ‘ปิติ’ (PITI) ซึ่งเป็นการวัดการพัฒนาที่เป็นตัววัดความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง เราเน้นการปฏิรูปโครงสร้างภาษี เก็บภาษีเศรษฐี ดูแลคนรายได้ปานกลาง และให้สวัสดิการพื้นฐานแก่ผู้มีรายได้น้อย ในขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ลดภาษีบุคคลธรรมดา 10% ทุกกลุ่มแต่คนรวยได้ประโยชน์สูงสุด ปชป.ไม่ลดคนรวยชัดเจน เพื่อไทย ลดนิติบุคคลเอื้อทุนใหญ่มาแล้วรอบหนึ่งจาก 30 เป็น 20% และบอกจะลดอีก เราเห็นต่างเราจะบี้เพิ่มกับนิติบุคคลที่เป็นธุรกิจผูกขาด ในแง่นิติบุคคล ปชป.ชัดเจนว่า ลดให้เฉพาะเอสเอ็มอีเท่านั้น" นายกรณ์ กล่าว

ในด้านของราคาสินค้าเกษตรนั้น ในช่วงการบริหารของรัฐบาลปัจจุบันตกต่ำ สะท้อนปัญหาปากท้องในเศรษฐกิจฐานราก และนโยบายเกษตรที่ประกาศออกมา คือหลักการ "จำนำ" ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อความเสียหายที่เคยเกิดขึ้น ขณะที่ ปชป.ชู ประกันรายได้เกษตร ไม่ต้องการบิดเบือนกลไกตลาด ปิดจุดรั่วไหล และมีนโยบายสร้างชาติด้านเกษตร ปฏิรูปเขียว ดันราคาตลาดให้สูงขึ้นโดยไม่เป็นภาระงบประมาณ

นอกจากนี้ปชป.ออกสวัสดิการพื้นฐานดูแลทารก ปฐมวัยด้วยหลักคิดจากนักวิจัย และนักเศรษฐศาสตร์โนเบล เกิดปั๊บรับสิทธิ์เงินแสน แต่ พรรคพลังประชารัฐ ประกาศนโยบายมารดาประชารัฐโดยจงใจบลัฟตัวเลข หลักคิดแบบนี้สุ่มเสี่ยง และไม่ควรเป็นแกนนำรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจนถึงวันนี้ยังไม่เห็นพรรคใด โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐชี้แจงตัวเลขเงินงบประมาณที่จะนำมาใช้ในแต่ละนโยบาย ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็มีการกำหนดไว้ว่า ต้องเปิดเผยแค่ไหนอย่างไรบ้าง ทั้งตัวเลขที่จะใช้ในแต่ละนโยบายและที่มาของแหล่งเงิน หากหาเสียงแล้วทำไม่ได้ หรือใช้งบประมาณจนเป็นปัญหาต่อประเทศ ก็อาจนำมาซึ่งต้นเหตุแห่งความขัดแย้งใหม่ได้อีก

"ดังนั้น ชุดนโยบาย แก้จน-สร้างคน-สร้างชาติ ที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ต่อประเทศในครั้งนี้ จะถูกผลักดันอย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้เลย หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาล" ประธานกรรมการนโยบาย ปชป. กล่าว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ