ข่าวอินโฟเควสท์
11:17 EXIM BANK ขยายบริการประกันส่งออกเพื่อป้องกันความเสี่ยงให้ผู้ส่งออกไทย ท่ามกลางภัยการค้าโลกยุคใหม่   นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนา…
11:17 (เพิ่มเติม) "โจชัว หว่อง" ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ ขณะชาวฮ่องกงยังปักหลักประท้วงเพื่อกดดัน "แคร์รี ลัม" พ้นตำแหน่ง   นายโจชัว หว่อง แกนนำกลุ…
11:08 ดอลลาร์แข็งค่าแตะกรอบบน 108 เยนเช้านี้ ขานรับยอดค้าปลีกสหรัฐสดใส   สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยบริเวณกรอบบนของ 108 เยนในการซื้อขายที…
11:05 รัฐบาลแจง พ.ร.ก.ประมง เป็นผลดีต่อประเทศ ติงพรรคการเมืองเสนอยกเลิกบางมาตราอาจฝืนกติกาสากล   พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี…
11:00 (เพิ่มเติม) SUPER เผย 2 โครงการโรงไฟฟ้าที่กองทุน SUPEREIF จะเข้าลงทุน คาดได้ใบอนุญาตครบภายในมิ.ย.   บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPE…

เลือกตั้ง'62: ส.อ.ท. เปิดเวที 5 พรรคการเมืองร่วมดีเบต โชว์วิสัยทัศน์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย

ข่าวการเมือง สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 18 มีนาคม 2562 15:25:12 น.

5 พรรคการเมือง ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ลำดับที่ 10) พรรคอนาคตใหม่ ร่วมเวทีเสวนา"ตอบโจทย์อุตสาหกรรมไทย"ซึ่งจัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นโยบายอุตสาหกรรมของพรรคประชาธิปัตย์จะคำนึงถึงสภาวะแวดล้อมของการทำธุรกิจทั้งในประเทศและในโลก นโยบายทุกตัวต้องสอดรับกันเพื่อตอบโจทย์อย่างน้อย 5 ข้อที่กำลังเป็นความท้าทายของเศรษฐกิจไทย 1. ต้องยอมรับว่าการก่อกวนจากการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมของผู้บริโภค การประกอบธุรกิจ การจัดองค์กร นโยบายต้องสามารถรองรับเรื่องนี้ได้

2.ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลก โลกาภิวัฒน์พูดกันมาหลายทศวรรษแต่วันนี้กำลังเป็นจริง สิ่งที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมประมง อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล

3.เราติดกับดักประเทศรายได้ปานกลางมานานพอสมควร ประเทศไทยขยับขึ้นสู่การเป็นประเทศรายได้ปานกลางขั้นสูงสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี และติดอยู่อย่างนั้นเพราะเราไม่สามารถลดต้นทุนแข่งขันกับประเทศที่ตามหลังเรามาได้และเรายังขาดเรื่องของนวัตกรรม เรื่องงานวิจัย เรื่องความรู้ที่จะขยับขึ้นไปแข่งขันกับประเทศที่ไปก่อนหน้าเรา

4.เรากำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบทั้งตลาดแรงงานและส่งผลกระทบต่อความจำเป็นที่จะต้องมีเงินออมเพราะสังคมไทยมีความเสี่ยงสูงมากว่าจะแก่ก่อนรวย

5.เศรษฐกิจเหลื่อมล้ำ ซึ่งความเหลื่อมล้ำในโครงสร้างเศรษฐกิจนี้รุนแรงมาก เหตุผลนี้เราจึงมีนโยบายที่จะเป็นจุดเปลี่ยนของเศรษฐกิจไทย ครอบคลุม 10 เรื่องคือ จำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนตัวเลขที่จะใช้ประเมิน ชี้วัดว่าเศรษฐกิจกก้าวหน้าไปทางไหน จะใช้ GDP อย่างเดียวไม่พอ ต้องคำนึงถึงรายได้ หนี้สินครัวเรือน ผลิตภาพแรงงาน ปรับเรื่องความเหลื่อมล้ำ และเอาชี้วัดทางสังคมมาบอกว่าคุณภาพชีวิตคนของเราเป็นอย่างไร ไม่ว่าค่าฝุ่นละออง สิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่ความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากอาชญากรรม อุบัติเหตุ และยาเสพติด

ต่อไปนี้โครงการขนาดใหญ่ทั้งหลายจะต้องคำนึงถึงปลายทางว่าเศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจของประเทศได้อะไร ไม่ใช่ลงทุนขนาดใหญ่โดยไม่รู้ หรือทำโครงการเพื่อให้ได้ทำ

สำหรับรถไฟความเร็วสูง เป้าหมายคือการเชื่อมโลก รถไฟทางคู่จะต้องทำให้เป็นโครงข่ายให้ครบถ้วนมีเส้นทางวิ่งในแนวตะวันออกตะวันตก มอเตอร์เวย์เหนือจรดใต้ และจะต้องมีศูนย์กลางมหานครทางเศรษฐกิจทั่วประเทศ 12 แห่งที่จะรองรับความเจริญที่จะเกิดขึ้นในทุกภูมิภาค

นอกจากนี้ เรื่องเทคโนโลยี รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จะตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า GOV TECH เพื่อเอาเทคโนโลยีมาใช้ให้เป็นประโยชน์ทั้งที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมและทั้งที่เกี่ยวข้องกับบริการประชาชน ตั้งแต่เกิด ทั้งการเรียนรู้ สุขภาพ การทำงาน วิถีชีวิต

เศรษฐกิจ HI-TOUCH หรือ เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป้าหมายสู่การพัฒนา ทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อุตสากรรมบันเทิง ศิลปะ งานสร้างสรรค์และออกแบบ รวมทั้งเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมใหม่

ในส่วนของอุตสาหกรรม ต้องไปสู่ปฏิวัติเขียวอุตสาหกรรม "เขียวแรก" คือเป็นอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น เปลี่ยนฐานการผลิตยานยนต์แบบเดิมไปสู่ฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV GLOBAL SUPPLY CHAIN), SMART AGRO, อุตสาหกรรมชีวภาพ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, อุตสาหกรรมรถไฟ การผลิตกระแสไฟฟ้า และยังเชื่อมโยงไปยังภาคเกษตรไทย เรื่องของไม้เศรษฐกิจที่ยั่งยืน เครื่องมือที่จะใช้มีทั้งกองทุน กฎเกณฑ์ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ รวมทั้งนำระบบประกันรายได้มาใช้กับแรงงาน

ปัจจัยในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม มี 3 อย่างคือ เทคโนโลยี คน และการบริหารจัดการภาครัฐและกฎหมาย

ด้านนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมจะต้องเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ Keyword คือ M POWER สภาอุตสาหกรรม และ ภายใน 100 วันหากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล จะสร้างหลักประกันว่าบ้านเมืองจะสงบสุข เพราะหากไม่เสถียรภาพทางการเมืองจะนำไปสู่ความไม่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้เราจะต้องลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวลาเดียวกัน เรามีคน 3 กลุ่มคือผู้มีรายได้น้อย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะทำต่อไป และจะขยายผลไปสู่คนที่ตกหล่น และจะทำอย่างไรให้คนที่มีบัตรมีอาชีพ สร้างโอกาสให้เจ้าของบัตร สร้างขีดความสามารถ เป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จ

กลุ่มเกษตรกร ระยะสั้น ราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ จะทำยังไงให้ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น ทั้งข้าว ยาง ปาล์ม มีราคาเป้าหมาย ระยะยาวจะเน้นเรื่องการเพิ่มผลผลิต การสร้าง Smart Farmer การลดความเสี่ยงภัย

เรื่องแรงงานค่าจ้างแรงงานต้องแลกกับทักษะ เพื่อเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้นจากระดับค่าแรง 325 บาทไปสู่ 425 บาท SMEs หรือเอกชนก็ต้องอยู่ได้ นี่คือคน 3 กลุ่มที่พรรคพลังประชารัฐจะทำใน 100 วันแรก

ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทย มองว่า 4-5 ปีที่ผ่านมาภาคอุตสาหกรรมแย่ตามกันทั้งจากภาวะเศรษฐกิจโลก และความไม่พร้อมของประเทศไทย พรรคเพื่อไทยมองว่า 4 ปัญหที่ท้าทายอุตสาหกรรมไทย คือ 1.สงครามการค้าที่ประเทศอย่างเราต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอุปกรณ์กึ่งตัวนำทั้งหลาย 2.การลงทุนที่ต่ำ ระดับการลงทุนที่แท้จรงิต่ำกว่าช่วงก่อนวิกฤตต้มย้ำกุ้ง และส่วนใหญ่เป็นการลงทุถนเพื่อทดแทนเครื่องจักรเก่า

3. Technology Disruption เสน่ห์ทางด้านทักษะแรงงานของเราหายไปหมด ซึ่งจากการที่ได้คุยกับนักลงทุนพบว่าคุณภาพคนของเราด้อยลง ซึ่งต้องอาศัยเวลาในการเตรียมพร้อมแต่ต้องทำทันที 4.แนวโน้มการขาดแคลนแรงงานทั้งเรื่องของสังคมสูงวัย การพัฒนาคนไม่ทันและพัฒนาไม่ตรง

การปรับระบบอุตสาหกรรม มี 2 เรื่องใหญ่ คือ 1. ปรับระบบการบริหารราชการแผ่นดินที่วันนี้เอาราชการเป็นศูนย์กลาง ให้ภาคเอกชนเคลื่อนที่ไปหา เป็นบ่อเกิดของคอร์รัปชั่น 2.ต้องวางระบบในการปราบคอร์รัปชั่น

ยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย คือ
1. เร่งเจรจาการค้าต่างประเทศ ลดความเสี่ยงจากสงครามการค้า กำหนดตลาดส่งออกเพิ่ม ส่งเสริมการย้ายฐานการผลิตสู่ประเทศไทย

2.กิโยตินกฎหมาย แก้ไขกฎระเบียบที่ล้าสมัย ลดจำนวนการขอใบอนุญาตที่ซ้ำซ้อน ซึ่งใบอนุญาตเมืองไทยมีถึง 1,500 ฉบับ เราตั้งเป้าจะลดเหลือ 300 ฉบับภายใน 2 ปี

3.ส่งเสริมสินค้า"ไทยทำ" ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพสินค้าไทย สนับสนุนการพัฒนาห่วงโซ่มูลค่า สร้างแรงจูงใจในการพัฒนาด้วยทุนและด้วยประสิทธิภาพทางภาษี ส่งเสริมให้มีการปรับใช้เทคโนโลยี

4.กองทุนคนเปลี่ยนงาน เพื่อ Reskill และ Upskill แรงงานไทย และให้คนไทยเป็นนายหุ่นยนต์
5.กองทุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เติมปัญญา เติมทุนให้คนรุ่นใหม่ สร้างความร่วมมือกับสถาบันชั้นนำ พัฒนาสินค้าและบริการไทย
6. พัฒนาคน พัฒนาแรงงานฝีมือเพื่อรองรับเทคโนโลยี

สำหรับทิศทางอุตสาหกรรมไทย เรามองอุตสาหกรรมเกษตรสำคัญที่สุด Food เป็นศูนย์กลางผลิตอาหารสุขภาพ ป้อนคนทั้งโลก รวมทั้งฮาลาล, Non-Food สนับสนุนอุตสาหกรรมต้นน้ำ ปลายน้ำ กลุ่มพืชพลังงาน เอทานอล ไบโอดีเซล, อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าต้องมาแทนอุตสาหกรรมรถยนต์ เราต้องเป็นศูนย์กลางรวมทั้ง R&D ในอนาคต, อุตสาหกรรมสุขภาพ เป็น World Wellness Destination สนับสนุนการผลิตยาและสมุนไพรไทย เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ขอให้วางใจได้ที่ตอนนี้มีคนที่เข้าใจจิตใจท่านอยุ่ในภาคการเมืองแล้ว เพราะในฐานะที่เคยเป็นผู้ประกอบการมาก่อน

"พวกท่าน (หัวหน้าพรรคการเมืองร่วมเวที) ต้องเอาผมเข้าร่วมรัฐบาลไม่อย่างนั้นฟอร์มรัฐบาลไม่ได้ ผมจะไปเป็นผู้ประกอบการในรัฐบาล เข้าไปช่วยเสริมว่าผู้ประกอบการต้องการอะไรและจะขอให้ช่วยผลักดันให้เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด"

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ลำดับที่ 10) พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า อุตสาหกรรมถือเป็นสิ่งสำคัญต่อคนในชาติและการพัฒนาประเทศ ซึ่งทางพรรคจะจัดตั้งคณะทำงานทำการศึกษาวิจัยค้นคว้าเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับไฮเปอร์ลูปให้ไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกได้ภายใน 10 ปี ข้างหน้า คาดปี 2573 จะเปิดให้บริการไฮเปอร์ลูปเส้นทางเชียงใหม่-กรุงเทพ และกรุงเทพ-ภูเก็ต รถเมล์ไฟฟ้า จะสร้างธุรกิจใหม่ทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้าที่ภาคอีสาน ทำให้เกิดการจ้างงาน เกิดการกระจายรายได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง