ข่าวอินโฟเควสท์
10:11 "ทรัมป์"เล็งปรับเพิ่มเกณฑ์สินค้า "made in America" ต้องผลิต 75% ภายในสหรัฐ   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐเปิดเผยว่า สินค้าที่จะได้รับการ…
09:27 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.0 แมกนิจูดที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย แต่ไม่มีเตือนภัยสึนามิ   สำนักงานอุตุนิยมวิทยาและธรณีวิทยาของอินโดนีเซียรายงานว่า เกิ…
08:06 World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ   ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 15 กรก…
08:00 World Economic Calendar รายสัปดาห์ ประจำวันที่ 16 กรกฎาคม 2562   วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562 (ตามเวลาประเทศไทย) ออสเตรเลีย 08.30 น. ธนาคารกลา…
07:40 ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดบวก 25.75 จุด หุ้นเหมืองบวกขานรับข้อมูลเศรษฐกิจจีน   ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (15 ก.ค.) โดยได้แรงหน…

"ร.อ.ธรรมนัส"แถลงโต้ข้อกล่าวหาต้องคดียาเสพติดในออสเตรเลีย ไม่หวั่นถูกยื่นสอบคุณสมบัติ

ข่าวการเมือง สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2562 19:36:57 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ถูกโจมตีว่าไม่เหมาะสมในการรับตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์เนื่องจากเคยถูกจับกุมและดำเนินคดีข้อหายาเสพติดในประเทศออสเตรเลียว่า เป็นเรื่องโอละพ่อ และยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา เพราะไม่ใช่ผู้นำเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย ไม่ได้เป็นผู้ผลิตยาเสพติด และไม่ได้เป็นผู้จำหน่ายแต่อย่างใด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน เริ่มจากที่ตนเดินทางไปเที่ยวนครซิดนีย์ โดยได้รับคำเชิญจากพี่คนหนึ่งที่ทำงานอยู่ใน ป.ป.ส.ของสหรัฐฯ จากนั้นจึงเดินทางเข้าออสเตรเลียโดยผ่านการตรวจค้นอย่างถูกต้องทุกขั้นตอน แต่มีความโชคร้าย เพราะผู้ที่ถูกจับอยู่ในที่พักเดียวกัน จึงโดนข้อหารู้ว่ามียาเสพติดแต่ไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบ ไม่ได้โดนข้อหาผลิตยาเสพติดและนำเข้ายาเสพติด

"ผมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหามาตลอด และถูกคุมขังประมาณ 8 เดือน จนถูกปล่อยออกมาใช้ชีวิตตามปกติในนครซิดนีย์ 4 ปีเต็มๆ ก่อนจะถูกส่งตัวกลับมาประเทศไทย เพราะนายกฯเทศมนตรีนครซิดนีย์ไม่ต้องการให้คนเอเชียที่ตั้งตัวเป็นกลุ่มก้อน ไม่มีที่พักพิงเป็นหลักแหล่งอยู่ ผมจึงถูกส่งตัวกลับมา แต่ไม่ได้มารับโทษ"ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อยากถามว่าคนเราสามารถทำอดีตให้เป็นปัจจุบันได้หรือไม่ แต่สิ่งที่จะพิสูจน์คือในอนาคตตนจะทำอะไรให้แผ่นดินบ้าง ไม่ใช่กล่าวหากันว่า มาเพีย นักเลง ขอลองให้ได้ทำงานดูก่อน หากทำไม่ได้เรื่องแล้วจะพิจารณาตัวเอง ที่ผ่านมาพูดมาโดยตลอดว่า ไม่จำเป็นต้องรับตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะหลังจากประสบความสำเร็จทางธุรกิจก็ทำงานเพื่อสังคมมาตลอด แต่คนพะเยาให้ความไว้วางใจตน และตนในฐานะประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือของพรรคก็ได้รับปากประชาชนไว้มากมาย ซึ่งเมื่อนายให้มาเป็นรัฐมนตรีก็ต้องทำให้ดีที่สุด

สำหรับคดีความที่ออสเตเลียนั้นเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีในกฎหมายไทย คือให้ผู้ถูกกล่าวหาไปลองตัดสิน หากพอใจก็ให้รับ หากไม่พอใจก็ให้ต่อสู้คดี และขอยืนยันว่าคดีถึงที่สุดแล้ว โดยคดีของตนศาลให้ลองมาพิจารณาว่ารู้ว่ามีการกระทำผิด แต่ไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ ซึ่งเป็นความผิดลหุโทษ ตอนนั้นถูกกันไว้เป็นพยานและถูกจองจำ 8 เดือน จากนั้นก็ใช้ชีวิตปกติข้างนอก แต่ภายหลังรัฐบาลออสเตรเลียก็ส่งกลับประเทศ โดยไม่มีคดีอะไรค้างคาใด ไม่ได้เป็นการมารับโทษ

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สื่อมวลชนสามารถตรวจสอบหลักฐานต่างๆ จากศาลของออสเตรเลียได้ว่า เป็นความจริงหรือไม่ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณปี 35 หรือ 36 แต่สื่ออวตารกลับโจมตีว่าต้องกลับมารับโทษในประเทศไทย และตอนนี้ตนรู้หมดแล้วว่า ใครอยู่เบื้องหลังความพยายามที่จะล้มตนเอง เพราะตนเป็นกำลังหลักในการจัดตั้งรัฐบาล มีบทบาทขับเคลื่อนและประสานงาน หากล้มได้รัฐบาลก็สั่นคลอน

"เขารู้ว่าผมเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่จะเอาเลือดไปหล่อเลี้ยงในหัวใจของรัฐบาล จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อล้มผม ผมรู้หมดแล้วว่าใครอยู่เบื้องหลัง และเรื่องนี้ต้องปล่อยให้กฎหมายบ้านเมืองจัดการต่อไป คนที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่คนในพรรคพลังประชารัฐ"

ส่วนกรณีที่เคยถอดยศมาก่อนนั้น ร.อ.ธรรมนัส ได้โชว์หนังสือการเลื่อนยศ โดยกล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.41 กระทรวงกลาโหมได้เลื่อนยศให้ตนขึ้นเป็น ร.อ. ไม่ใช่ใช้ยศ ร.อ.นำหน้าโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อถามว่าหากในอนาคตมีการยื่นตรวจสอบคุณสมบัติจะหนักใจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การตรวจสอบคุณสมบัติมีมาแล้วหลายขั้นตอนตั้งแต่ลงสมัคร ส.ส. ก็ผ่านมาหลายขั้นตอนแล้ว โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเรื่องของตนไม่ใช่กรณีศึกษาเรื่องแรก ผ่านหลายตัวอย่างและขั้นตอนมาแล้ว จึงไม่กังวลอะไร

"ผมไม่ได้ห้าม และก็ไม่กังวลว่าใครจะมาตรวจสอบคุณสมบัติ แต่ถ้าใครจะมาตรวจสอบผมและสุดท้ายผมไม่มีความผิดคุณก็ต้องพร้อมที่จะถูกดำเนินดคี ซึ่งผมฟ้องกลับแน่นอน และจะเดินหน้าทำงานในฐานะรัฐมนตรีเพราะผมมาจากพี่น้องประชาชน ยืนยันเรื่องนี้ยังไม่ได้คุยกับนายกฯให้ทราบ แต่กว่าจะถึงขั้นตอนส่งชื่อครม.เพื่อกราบบังคมทูลก็ผ่านหลายขั้นตอนมาแล้ว"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง