(เพิ่มเติม1) สภาผู้แทนฯ ลงมติเสียงข้างมากไม่เห็นด้วยญัตติขอตั้งกมธ.ศึกษาคำสั่ง คสช.-ฝ่ายค้านวอล์คเอ้าท์-งูเห่าโผล่อีก

ข่าวการเมือง Thursday December 5, 2019 09:30 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สภาผู้แทนราษฎรลงมติเสียงข้างมาก 244 ต่อ 5 เสียงไม่เห็นด้วยกับญัตติขอตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบจากประกาศ คำสั่ง และการกระทำของ คสช.ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 โดยมีผู้งดออกเสียง 6 ขณะที่ฝ่ายค้านวอล์คเอ้าท์จากที่ประชุม ซึ่งเป็นการนับคะแนนใหม่ตามที่ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเสนอหลังจากการประชุมสภาฯ ล่มมาแล้ว 2 ครั้งเนื่องจากไม่ครบองค์ประชุม

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อจากการประชุมครั้งก่อน ซึ่งนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บุญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาลยืนยันที่จะไม่ถอนข้อเสนอให้นับคะแนนใหม่ ทำให้ฝ่ายค้านหลายคนลุกขึ้นมาประท้วง

นายชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ท้วงติงว่าหากฝ่ายรัฐบาลยังยืนยันที่จะดำเนินการนับคะแนนใหม่ด้วยการลงคะแนนใหม่ ฝ่ายค้านก็ขอใช้เอกสิทธิ์ที่จะไม่อยู่ร่วมประชุม เพราะเห็นว่าควรตีความไปตามตัวอักษร ซึ่งเป็นเรื่องที่สมาชิกสามารถที่จะหารือกันเองได้ โดยไม่ต้องฟังเสสียงจากบุคคลภายนอก และนำไปสู่การร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยชี้ขาด

นายสุชาติ ชี้แจงว่า ในช่วงที่เป็น ส.ส.มา 10 สมัยใช้แนวปฏิบัติที่จะให้มีการลงคะแนนใหม่มาโดยตลอดหลายสิบปี ซึ่งนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล ได้อภิปรายสนับสนุนว่าเป็นแนวปฏิบัติเช่นนี้มานานแล้ว

ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า สิ่งที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาในอดีตไม่ได้หมายความว่าจะถูกต้องเสมอไป ซึ่งจากที่ได้เคยติดตามการประชุมสภาฯ ที่ผ่านมาแล้วเห็นว่าเป็นการนำเรื่องนี้มาใช้เป็นเครื่องมือจนทำให้เกิดความวุ่นวาย และจะเป็นบรรทัดฐานที่ไม่ดีต่อไป

จากนั้น นายสุชาติ ยืนยันที่จะดำเนินการต่อ โดยสั่งให้ตรวจสอบองค์ประชุมด้วยการให้สมาชิกแสดงตน ปรากฎว่า มีสมาชิกแสดงตนด้วยการกดบัตร 258 คน และแจ้งด้วยวาจา 3 ราย รวมเป็น 261 ราย จากจำนวนสมาชิกทั้งหมด 498 ราย จึงถือว่าองค์ประชุมครบสามารถดำเนินการต่อได้ นายสุชาติจึงขอให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรพิมพ์รายชื่อของสมาชิกที่แสดงตนไว้เพื่อเรียกชื่อให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ และสอบถามฝ่ายค้านแล้วไม่ส่งตัวแทนร่วมเป็นกรรมการนับคะแนน

สำหรับการลงคะแนนใหม่แบบขานชื่อนี้มี พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งถูกศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับกรณีผิดนัดฟังคำสั่งในคดีนำกลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียนที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีชรีสอร์ท พัทยา เมื่อวันที่ 11 เม.ย.52 เดินทางมาร่วมประชุมด้วยแต่ไม่ลงคะแนน

ทั้งนี้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ส่วนหนึ่ง ลงคะแนนสวนทางกับฝ่ายรัฐบาลว่าเห็นด้วยให้ตั้ง กมธ.ฯ ได้แก่ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก, นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง, นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี

ขณะที่ ส.ส.ฝ่ายค้านจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้วอล์คเอ้าท์และลงคะแนนเสียงไปทางเดียวกับรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนับองค์ประชุมสภาฯ ก่อนที่จะนับคะแนนใหม่ในญัตติด่วนดังกล่าว ปรากฎว่ามีผู้แสดงตนต่อที่ประชุม 259 คนถือว่าเกินกึ่งหนึ่ง ทำให้สภาฯ ดำเนินการขอนับคะแนนใหม่ในญัตติดังกล่าวได้

พบว่ามีส.ส.ของพรรคฝ่ายค้าน ได้แสดงตนเพื่อนับเป็นองค์ประชุม จำนวน 11 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 3 คน ได้แก่ นายขจิต ชัยนิคม ส.ส. อุดรธานี , น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี, นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม., พรรค อนาคตใหม่ 2 คน ได้แก่ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส. จันทบุรี,นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คน ได้แก่ นายภาสกร เงินเจริญกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ, นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ 1 คนได้แก่ นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ