ฝ่ายค้าน แฉญาติ"นายพล ว."หวังยึด"เหมืองทองอัครา"หลัง คสช.ระงับสัมปทานส่อทำชาติเสียหาย

ข่าวการเมือง Tuesday February 25, 2020 20:30 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตาม ม.44 สั่งระงับการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำทั่วประเทศ ทำให้เหมืองแร่ทองคำชาตรีของ บมจ.อัครา รีซอร์สเซส ต้องระงับการประกอบกิจการไปตั้งแต่ปี 60 จนนำมาสู่การฟ้องร้องรัฐบาลไทย โดยบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ในออสเตรเลีย ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของอัครา ว่ามีการใช้อำนาจโดยขัดต่อหลักนิติธรรม ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงสามารถใช้กฏหมายปกติดำเนินการได้ จะไม่ต้องนำไปสู่การฟ้องร้องต่ออนุญาโตตุลาการ และประเทศไม่เสียหาย แต่กลับเลือกใช้ ม.44 ซึ่งเชื่อว่าเพราะอยากได้เหมืองนี้มาเป็นของตนเอง

"พฤติการณ์เหล่านั้นมันฟ้อง ใช้กฏหมายปกติ ปิดเขา 2 ครั้งเขาก็ไม่ยอม ระหว่างปิดเขา มีบุคคลนายหนึ่งอักษรย่อ ช. เป็นที่รู้จักดีในวงการเหมือง โดยเฉพาะธุรกิจปิโตรเลียม ไปเจรจาขอซื้อหุ้นเขา โดยหวังว่าซื้อแล้วจะสามารถมาเจรจากับผู้มีอำนาจในขณะนั้นให้ไปเปิดทำการได้ และคนนี้เป็นญาติสนิทสายเลือดเดียวกับ พลเอก ว. ซึ่งเป็นทหารใกล้ชิดกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ความอยากได้อยากมี อยากเป็นของเขา ออกอำนาจไม่ชอบธรรม ไม่ชอบด้วยกฏหมายระหว่างประเทศ จนนำไปสู่การฟ้องร้อง"นพ.ชลน่าน กล่าว

ข้อพิพาทดังกล่าวขั้นตอนอยู่ระหว่างการเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการในเดือน ก.พ.63 ที่ประเทศสิงคโปร์ และอีก 6-7 เดือนจะมีคำวินิจฉัยออกมานั้น ซึ่งหากไทยถูกตัดสินให้ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ อาจทำให่ไทยต้องชดเชยค่าเสียหายมากถึง 4 หมื่นล้าน ทำให้ประเทศไทยตกอยู่สภาพเดียวกับประเทศเวเนซูเอล่าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับบริษัทคู่สัญญาในเรื่องปิดเหมือง ส่งผลทำให้ประเทศเวเนซูเอล่าจากประเทศที่ร่ำรวยกลายเป็นประเทศที่มีปัญหา เงินกลายเป็นเศษกระดาษ

นพ.ชลน่าน เรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ ควรรับผิดชอบด้วยการลาออก ถึงจะมีโอกาสไปเจรจาสูญเสียน้อยที่สุด ถ้าหากถูกตัดสินว่าแพ้ และวิธีที่ดีที่สุดอยากให้ ส.ส. คิดถึงประเทศไทยลงคะแนนไม่ไว้วางใจให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง และมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำงาน เพราะเชื่อว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเป็นความหวังในการเจรจาต่อรอง ลดความสูญเสียให้กับประเทศได้ เพราะต่างชาติไม่เชื่อมั่นรัฐบาลชุดเดิมแล้ว

พร้อมกันนั้น นพ.ชลน่าน ยังระบุว่า พลเอกประยุทธ์ ใช้อำนาจขัดต่อหลักนิติธรรม เป็นผู้นำที่หลงตัวเอง มีบุคคลิกภาพที่แปรปรวน เป็นโรคหลงตัวเอง และคิดว่าไม่มีใครใหญ่กว่าตนเอง อีกทั้งมีการใช้อำนาจไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และนิสิตนักศึกษา โดยเห็นได้จากการออกมารวมตัวของนิสิตนักศึกษา ในมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ