(เพิ่มเติม) สภาฯ นัดประชุมพรุ่งนี้ 9.30 น.ลงมติญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล

ข่าวการเมือง Thursday February 27, 2020 19:40 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สภาผู้แทนราษฎร ปิดการประชุมพิจารณาญัตติของฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล หลังจากใช้เวลาอภิปรายมาตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.จนถึงเวลาประมาณ 19.00 น.ของวันนี้ ขณะที่ฝ่ายค้านได้วอล์คเอ้าท์เนื่องจากไม่พอใจที่ไม่ได้รับโอกาสให้ขยายเวลาการอภิปรายตามที่ร้องขอ โดยประธานได้นัดให้มาประชุมกันในวันพรุ่งนี้ เวลา 9.30 น.เพื่อลงมติในญัตติดังกล่าว

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ฝ่ายค้านยอมรับว่ามีความผิดพลาดการบริหารเวลาจนทำให้มีผู้อภิปรายเหลืออยู่อีก 4 ราย แต่อยากขอให้มีการผ่อนผันขยายเวลา ซึ่งวิปทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจากันหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้ แม้แต่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะเสนอให้มีการขยายเวลาออกไปอีก 1 ชั่วโมงแล้วก็ตามแต่ทางฝ่ายรัฐบาลก็ยังไม่ยอม ดังนั้นเมื่อการอภิปรายรัฐมนตรียังไม่ครบตามที่ฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติไว้ คงไม่สามารถทำหน้าที่สรุปการอภิปรายได้ ซึ่งหากมีการลงมติก็จะไม่ชอบธรรม

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ยืนยันว่า ตนเองคงไม่สามารถอนุญาตให้ฝ่ายค้านอภิปรายต่อไปได้ เพราะหากไม่ดูแลการประชุมให้เป็นไปตามที่ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงกันไว้ก็จะถูกตำหนิว่าทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง เหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่การกลั่นแกล้งฝ่ายค้าน แต่มีปัญหามาจากการบริหารเวลาที่ผิดพลาดเอง และคงจะบอกว่าปิดปากฝ่ายค้านไม่ได้เพราะให้อภิปรายถึง 4 วัน

หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงอีกครั้ง ทำให้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) ประท้วงว่านายกรัฐมนตรีจะต้องชี้แจงในประเด็นที่ถูกฝ่ายค้านอภิปราย แต่ประธานในที่ประชุมอนุญาตให้นายกรัฐมนตรีชี้แจงต่อไป ทำให้ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ฝ่ายรัฐบาลลุแก่อำนาจ ฝ่ายค้านก็จะไม่ขอร่วมประชุมต่อ โดย ส.ส.ฝ่ายค้านได้พร้อมกันวอล์คเอ้าท์ออกจากห้องประชุม ส่วน ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ อีก 4 คนเตรียมเปิดอภิปรายนอกสภาในเวลา 19.00 น.

พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า รัฐบาลเตรียมมาตรการรองรับการแก้ปัญหา ทั้งภัยแล้ง ไวรัสโคโรนา และการลงทุนต่างๆ ซึ่งเริ่มชัดเจนเมื่อมีงบประมาณปี 2563 ออกมาแล้ว ขอบคุณประชาชน สมาชิกผู้ทรงเกียรติ รวมถึงคนไทยทุกคนที่ร่วมกันรับฟังอภิปรายตลอดระยะเวลา 3 วันที่ผ่านมา ถือว่าทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน ควรร่วมกันรับรู้ข้อเท็จจริง เข้าใจการปฏิบัติงานของรัฐบาล และสภาฯ ที่เลือกตั้งเข้ามา และขอขอบคุณประธานรัฐสภาและ ส.ส.ทุกคนที่ให้โอกาสฝ่ายรัฐบาลได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนจะต้องรับฟังข้อมูลของแต่ละฝ่าย และสุดแล้วแต่ว่าจะเชื่อมั่นในทางใด ด้วยหลักฐาน กระบวนการ วิธีการต่างๆ นั้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราจะต้องปฏิรูปไปด้วยกันในทุกมิติ ทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ดังนั้นการอภิปรายในสภาฯ ครั้งนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่างด้วยกัน โดยเฉพาะการรักษากติกา การรักษากฎเกณฑ์ระหว่างกัน บางครั้งอาจจะมีถ้อยคำต่างๆ ที่มีความรุนแรงกันบ้าง แต่ก็ต้องขออภัยประชาชนด้วย ในฐานะที่ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ร่วมกับรัฐบาลทุกคน ซึ่งทุกคนมีส่วนร่วมในการอภิปรายในครั้งนี้

หลายเรื่องต้องใช้เวลาชี้แจงนานพอสมควร แต่ล้วนเป็นสาระและประโยชน์ซึ่งอธิบายทุกอย่าง ไม่ว่าจะขั้นตอน กระบวนการ และการออกกฎหมายทั้งหมด ซึ่งการทำงานของรัฐบาลวันนี้ ได้เปิดมิติใหม่และร่วมมือกันสร้างความเข้าใจในระบบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายให้ตรงกัน ไม่เช่นนั้นสิ่งที่ต้องการจะแก้ไขเกิดขึ้นไม่ได้การปฏิรูปจะไม่เกิดขึ้นเครื่องต้องทำใหม่แก้ไขของเก่าให้เกิดความยั่งยืนซึ่งขณะนี้มีปัญหาหลายเรื่องหลายประการทั้งความมั่นคงเศรษฐกิจสังคมการลดความเหลื่อมล้ำแก้ปัญหาความยากจนการสร้างเศรษฐกิจใหม่การลงทุนเพื่ออนาคตลูกหลานหากไม่เข้าใจกันก็จะทำอะไรไม่ได้เลยได้ทุกอย่างก็กลับไปที่เดิม

"ยืนยันว่าผมใช้อำนาจตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินทุกประการ และขอขอบคุณอีกครั้งยืนยันกับประชาชนว่าจะทำหน้าที่ต่อไปให้ดีที่สุดหากมีสิ่งใดที่จะทำได้เพิ่มเติมจาก จากคำแนะนำของบรรดาสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชนที่เลือกเข้ามาโดยตนเองจะทำงานโดยไม่เลือกพื้นที่ไม่เลือกภาค ให้ทั่วถึงทุกภาคทุกกลุ่มทุกจังหวัดทุกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนตามความเร่งด่วนซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 5 ปี 7 เดือนจะต้องทำให้ต่อเนื่องโดยรัฐบาลต้องระมัดระวังเรื่องกฎหมายความถูกต้องความชอบธรรมและความเท่าเทียมอย่างแท้จริงคำนึงถึงคนทุกกลุ่มทุกฝ่ายเพราะไม่ใช่ศัตรูกัน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ยังมีปัญหาอีกมากทั้งปัญหาเก่าและปัญหาใหม่ โดยทั้งปัจจัยภายในและภายนอก คนไทยยุคใหม่ต้องยอมรับว่ามีความคิดกระตือรือร้นในการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นหน้าที่พวกเราทุกคนในการช่วยกันสร้างความเข้าใจให้บุคคลเหล่านั้น ยืนยันว่าไม่ใช่ศัตรูกัน เพราะทุกคนล้วนเป็นลูกหลานเราทั้งสิ้น ไม่ว่าจะใครก็ตามวันนี้จะต้องนำพาประเทศไปสู่ความสงบสุขร่มเย็น ซึ่งทุกคนก็ทราบดีว่าตนเองเข้ามาด้วยวิธีการใด และขอให้คำนึงถึงรัฐธรรมนูญกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกหลายฉบับที่เกี่ยวข้องไม่เช่นนั้นปัญหาก็เกิดขึ้นอีก และความสงบสุขจะมากขึ้นจะเป็นเช่น 5 ปี 7 เดือนที่ผ่านมาหรือไม่ก็ฝากไว้ในมือทุกคน

"เราไม่ต้องการรีดภาษีจากคนจน แต่ต้องการจัดรูปแบบอย่างเป็นธรรมมากขึ้นและอย่างต้องใช้ความพยายามอย่างมากผ่านแรงเสียดทานมากในระยะเวลา 5 ปี 7 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเผชิญปัญหาหลายประการด้วยกัน และคิดว่าพวกเราทุกคนที่ร่วมมือกันในวันนี้ระหว่าง 3 วันที่ผ่านมาก็คงจะช่วยการทำความเข้าใจการเมืองก็คือการเมืองการบริหารแผ่นดินก็คือการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมดเกี่ยวข้องหมด รวมถึงกระบวนการยุติธรรมด้วย ทั้งเรื่องที่ดิน เรื่องการบริหารจัดการน้ำที่มีความเดือดร้อน ต้องช่วยกันแก้ไขและเตรียมความพร้อมดีกว่าที่จะให้มีความขัดแย้งกันต่อไป สิ่งสำคัญทุกฝ่ายต้องเข้าใจกันเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ซื่อสัตย์ รักษาสิทธิ์ เคารพกฎหมาย เผื่อแผ่แบ่งปันความดีตอบแทนแผ่นดิน ภายใต้พระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อนำความสงบสุขของเราคืนมา" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

หลังจากนายกรัฐมนตรีชี้แจงเสร็จแล้ว นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงว่า เมื่อฝ่ายค้านไม่สรุปการอภิปราย ที่ประชุมก็สามารถที่จะดำเนินการลงมติได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวเคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต จากนั้น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเสนอให้ปิดการอภิปราย ขณะที่ ส.ส.ฝ่ายค้านเสนอให้อภิปรายต่อ ซึ่งที่ประชุมมีมติ 251 ต่อ 0 ให้ปิดการอภิปราย โดยประธานฯ ได้นัดประชุมเพื่อลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในวันพรุ่งนี้ (28 ก.พ.) เวลา 09.30 น.ก่อนสั่งปิดการประชุม


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ