โฆษก พท.ยื่นหนังสือถึงนายกฯค้านหยิบยกเหตุปะทะสี่แยกคอกวัวเป็นคดีพิเศษ

ข่าวการเมือง Saturday April 17, 2010 12:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย(พท.) พร้อมด้วย นายนายพิชา วิจิตรศิลป์ ประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์แห่งประเทศไทยและเครือข่าย เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผ่าน พ.ท.วิบูลย์ ศรีเจริญสุขยิ่ง รองผู้บังคับกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11(รอง ผบ.พัน มทบ.11) ที่บริเวณหน้าประตูกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์(ร.11 รอ.) เพื่อคัดค้านการนำเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่บริเวณสี่แยกคอกวัวเมื่อวันที่ 10 เม.ย.เป็นคดีพิเศษ เนื่องจากเห็นว่าคณะกรรมการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับเหตุการณ์ดังกล่าวร่วมเป็นคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.)ด้วย

"ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีปล่อยให้ศาลยุติธรรมเป็นผู้กระทำการไต่สวนการกระทำความผิดดีกว่าการนำเข้าเป็นคดีพิเศษ" นายพรอ้มพงศ์ กล่าว

เนื่องจากที่ผ่านมาตนเองและญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) และกองปราบปรามไว้แล้ว ดังนั้นจึงเห็นว่า การที่ กคพ.รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษจึงเป็นการใช้กฎหมายเอื้อประโยชน์ทางการเมือง และเป็นช่องทางเอื้อประโยชน์ให้ตัวเองพ้นจากความผิด เพราะ กคพ.หลายคนมีตำแหน่งใน ศอฉ.จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดี เช่น นายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย อัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นต้น

นอกจากนี้ พรรค พท.ยังเป็นว่า กรณีดังกล่าว นายอภิสิทธิ์ และ กคพ.มีเจตนาจงใจใช้อำนาจขัดต่อกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จึงจะยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ในสัปดาห์หน้าต่อไป

ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผูบัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบตามประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิยร้ายแรง แทนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีนั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ พล.อ.อนุพงษ์ เคยแสดงความเห็นว่า ปัญหาการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ทำให้รัฐบาลรู้สึกว่า ถูกกดดัน จึงต้องแก้เกมใหม่ โดยให้ พล.อ.อนุพงษ์ มารับผิดชอบเต็มตัว เป็นการขึ้นขี่หลังเสือ หากไม่สามารถแก้ปัญหาตามที่รัฐบาลต้องการได้ก็ถูกปลดออกจากตำแหน่ง

โฆษกพรรค พท.ยังกล่าวถึงกรณีที่ ศอฉ.ออกคำสั่งเรียกบุคคลต้องสงสัยว่าให้การสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดงมารายงานตัวนั้น จากการตรวจสอบพบว่ามี ส.ส., อดีต ส.ส.และอดีตรัฐมนตรีของพรรคประมาณ 10 กว่าคน ซึ่งบางส่วนยังไม่ได้รับหมายเรียก เนื่องจาก ศอฉ.ส่งหมายเรียกผ่านตำรวจในพื้นที่ แต่เบื้องต้นฝ่ายกฎหมายของพรรคได้หารือกันแล้วเห็นว่าจะไม่มารายงานตัว และจะให้ทนายความทำหนังสือสอบถามว่า จะให้บุคคลเหล่านี้มารายงานตัวเรื่องอะไร หากจำเป็นจะส่งทนายความไปชี้แจงแทน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ