ก.เกษตร เตรียมสั่งระงับส่งออกผักสดไปอียูชั่วคราวหลังพบศัตรูพืช เร่งเจรจาแก้ปัญหา

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday January 12, 2011 16:54 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีที่สหภาพยุโรปตรวจพบศัตรูพืชกักกันติดไปกับสินค้าพืชผักส่งออกจากประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังพบว่ามีการลักลอบส่งออกสินค้าที่ไม่แจ้งและไม่ผ่านการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชฝ่ายไทย ไม่มีใบรับรองสุขอนามัยพืชแนบไปกับสินค้าตามข้อตกลงระหว่างประเทศ

จากสาเหตุดังกล่าวสหภาพยุโรปได้มีหนังสือแจ้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่องการตัดสินใจออกมาตรการระงับนำเข้าพืชผักไทยที่พบปัญหาศัตรูพืชติดไปมาก ดังนั้น กรมวิชาการเกษตรได้เจรจาขอผ่อนผันโดยประเทศไทยจะหยุดส่งออกสินค้าพืชผักชนิดดังกล่าวเป็นการชั่วคราว โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.54 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ จะออกประกาศเพื่อชะลอการออกใบรับรองสุขอนามัยพืชผักทั้ง 5 กลุ่มที่จะส่งออกไปยังสหภาพยุโรป เพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลามรุนแรงถึงระดับสหภาพยุโรปออกกฎหมายห้ามนำเข้าจากไทย ซึ่งอาจกระทบต่อภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยโดยรวมได้

ผักสดในกลุ่มดังกล่าว ได้แก่ พืชสกุล Ocimum spp. (กะเพรา โหระพา แมงลัก ยี่หร่า) พืชสกุล Capsicum spp. (พริกหยวก พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู) พืช Solanum melongena (มะเขือเปราะ มะเขือยาว มะเขือม่วง มะเขือเหลือง มะเขือขาว มะเขือขื่น) พืช Momordica charantia (มะระจีน มะระขี้นก) พืช Eryngium foetidum (ผักชีฝรั่ง)

นายศุภชัย กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าว กรมวิชาการเกษตรได้ประชุมหารือกับตัวแทนภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง และได้เดินทางไปเจรจากับหน่วยงาน Health and Consumer (DG-SANCO) สหภาพยุโรป เพื่อขอผ่อนผันมาตรการห้ามนำเข้าพืชผักไทย ผลการเจรจาสรุปได้ว่า สหภาพยุโรปไม่สามารถผ่อนผันการห้ามนำเข้า แต่ไม่ขัดข้องหากประเทศไทยจะขอหยุดการส่งออกสินค้าชั่วคราวจนกว่าจะสามารถปรับปรุงแก้ไขปัญหา โดยขอให้มีหนังสือเป็นทางการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งเรื่องการขอระงับการส่งออกชั่วคราวถึง Commissioner, Health and Consumer Policy ภายในเดือนมกราคม 2554

ทั้งนี้ หากประเทศไทยไม่ระงับการส่งออกพืชผักสด 5 กลุ่มดังกล่าว สหภาพยุโรปก็จะดำเนินการตามกระบวนการออกกฎหมายห้ามนำเข้าผักไทย ซึ่งจะต้องมีการตีพิมพ์และประกาศแจ้งต่อสาธารณะ ส่งผลต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของสินค้าจากประเทศไทย และส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกอนุสัญญาว่าด้วยการอารักขาพืชสากล (International Plant Protection Convention; IPPC) ซึ่งแต่ละประเทศมีหน้าที่ในการป้องกันตรวจสอบไม่ให้ศัตรูพืชกักกันติดไปกับสินค้าส่งออกหรือเข้ามาในประเทศของตน สหภาพยุโรปอาศัยการควบคุมรับรองของประเทศผู้ส่งออกเป็นสำคัญไม่สามารถขอยกเว้นไม่ดำเนินการมาตรการเป็นรายกรณี

การระงับการส่งออกโดยฝ่ายไทยเป็นผลดีในการขอยกเลิกมาตรการ เนื่องจากขั้นตอนการเสนอขอยกเลิกสามารถทำได้เร็วกว่าการที่สหภาพยุโรปออกเป็นกฎหมายห้ามการนำเข้าผักสดจากไทย เมื่อประเทศไทยแจ้งการระงับการส่งออก และปรับปรุงแก้ไขระบบการผลิตและการควบคุมรับรองแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สามารถแจ้งหน่วยงานรับผิดชอบของสหภาพยุโรปให้มาตรวจประเมิน และหากพบว่าสอดคล้องกับกฎระเบียบก็ขอยกเลิกการระงับการส่งออกได้ โดยสามารถเสนอให้มีการพิจารณาผ่อนผันเป็นราย ผู้ส่งออกที่สามารถผลิตและควบคุมได้ตามมาตรฐาน

อีกทั้ง ไทยต้องให้ความสำคัญกับพืชอื่นๆ ที่จะส่งออกไปสหภาพยุโรปว่า จะต้องไม่มีศัตรูพืชติดไปกับสินค้า และไม่ลักลอบส่งออกสินค้าต้องห้าม หรือส่งออกสินค้าโดยไม่ผ่านการตรวจสอบหรือไม่มีใบรับรองสุขอนามัยพืชแนบไปด้วย เรื่องสำคัญอย่างยิ่ง คือ ต้องไม่มีการส่งออกสินค้าผัก 5 กลุ่มระหว่างการระงับการส่งออก รวมทั้งต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านสารตกค้างและการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ของสินค้าผักผลไม้ ควบคู่ไปด้วย ในเรื่องนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทำหนังสือแจ้งนายกรัฐมนตรีเพื่อรับทราบปัญหาดังกล่าว และได้หารือร่วมกับ รมว.พาณิชย์ได้เข้าใจเรื่องมาตรการต่างๆที่กระทรวงเกษตรฯจะดำเนินการ ทั้งนี้ หากไทยไม่มีการระงับการส่งออกหรือมีมาตรการอย่างเข้มงวดในการตรวจสอบพืชดังกล่าวแล้วก็จะมีผลกระทบกับพืชอื่นๆของไทยที่จะส่งออกไปอียูด้วย

สำหรับมาตรการการแก้ไขปัญหา กรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมาอาทิ มาตรการตรวจสอบศัตรูพืช การออกใบรับรองสุขอนามัยพืช การให้ความรู้ด้านศัตรูพืช กับผู้ประกอบการและเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ นอกจากนี้ยังมีมาตรการระบบการตรวจรับรองและติดตามการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับด้านพืช รวมถึงการอบรมชี้แจงเจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความรู้ในขั้นตอนปฏิบัติที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ด่านกักพืช ที่ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ

"ทางกรมวิชาการเกษตรได้พยายามเจรจาต่อรองกับทางสหภาพยุโรปเพื่อขอผ่อนผันการส่งออก ในกรณีที่สินค้าของบริษัทหรือผู้ประกอบการรายใดที่มีผลงานดีมาตลอดและไม่มีการพบปัญหาศัตรูพืช ซึ่งน่าจะได้ข้อสรุปในวันนี้ อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการตามมาตรการต่างๆอย่างเร่งด่วน โดยก่อนวันที่ 15 มกราคม นี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ จะทำหนังสือถึงสหภาพยุโรปพร้อมกับแนบมาตรการต่างๆที่ประเทศไทยได้ดำเนินการไปให้ทางสหภาพยุโรปได้รับทราบ โดยวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 กรมวิชาการเกษตรจะดำเนินการตรวจสอบระบบและมาตรฐานการส่งออกไปยังสหภาพยุโรป ซึ่งหากบริษัทใดหรือผู้ประกอบการใดได้เข้าสู่มาตรฐานแล้วจะประสานงานทางสหภาพ ยุโรปเพื่อจัดส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและประมาณตามเกณฑ์ของการส่งออกต่อไป คาดว่าประมาณ 3- 6 เดือนทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ปรกติ" นายศุภชัย กล่าว

ในส่วนของบทลงโทษและมาตรการของกรมวิชาการเกษตรกรณีเมื่อมีการตรวจพบศัตรูพืชในพืชผักของไทยที่ส่งออกไปสหภาพยุโรปที่ผ่านมา ได้มีการแจ้งเตือนในรอบแรก หากตรวจพบในรอบที่ 2 จะระงับการส่งออก และเมื่อมีประกาศในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 แล้ว จะมีมาตรการลงโทษอย่าเข้มงวดมากขึ้นตั้งแต่ปรับและทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งจะดำเนินการจากเบาไปหาหนัก โดยเฉพาะหากพบมีการลักลอบส่งออก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ