นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า การที่ธนาคารกลางจีนประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้นั้น เป็นความพยายามล่าสุดที่จะสกัดกั้นการพุ่งขึ้นของดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ซึ่งเป็นดัชนีวัดเงินเฟ้อภายในประเทศ แต่การดำเนินการดังกล่าวอยู่เหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ซึ่งสะท้อนให้ห็นว่า ทางการจีนมีความวิตกกังวลว่าปัญหาเงินเฟ้อจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ หลังจากดัชนีซีพีไอเดือนก.พ.พุ่งขึ้น 4.9% สูงกว่าเป้าหมายของรัฐบาลที่ระดับ 4%
หลังจากธนาคารกลางจีนประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากอีก 0.25% โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปี เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.31% และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะ 1 ปี เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.25%
นายหลิว ยูฮุย นักวิเคราะห์จากสถาบันสังคมศาสตร์ของจีนกล่าวว่า หลังจากที่สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเปิดเผยว่า ดัชนีซีพีไอเดือนก.พ.พุ่งขึ้นเหนือเป้าหมายของรัฐบาลจีน ก็มีการคาดการณ์ในวงกว้างว่าธนาคารกลางจีนจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้ออย่างแน่นอน
ทั้งนี้ นายหลิว และนายฮาน ฟูหลิง นักวิเคราะห์จากมหาวิทยาลัยเศรษฐกิจและการเงินแห่งกรุงปักกิ่งมีความคิดเห็นที่สอดคล้องกันว่า การประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุดของธนาคารกลางถือเป็นการดำเนินการที่เหนือความคาดหมาย เพราะธนาคารกลางเลือกประกาศขึ้นดอกเบี้ยในช่วงวันหยุดและประกาศก่อนที่ทางการจีนจะเปิดเผยดัชนีซีพีไอเดือนมี.ค.ในวันที่ 15 เม.ย.นี้
"การปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงวันหยุดก็เพื่อจะลดผลกระทบในตลาด โดยตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้นปิดทำการในวันที่ 3-5 เม.ย. เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง" นายฮานกล่าวนักเศรษฐศาสตร์จากบริษัทหลักทรัพย์เฉินหยิน หวังเกา ซิเคียวริตีส์ คาดการณ์ว่าดัชนีซีพีไอเดือนมี.ค.ของจีนจะพุ่งขึ้นเหนือ 5% เนื่องจากราคาอาหารที่สูงขึ้น สำนักข่าวซินหัวรายงาน