เฟิร์ส ไฟแนนเชียล เดลี่รายงานว่า ยอดเกินดุลการค้าของจีนจะดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2.38 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนต.ค. หลังจากที่ร่วงลงติดต่อกันเป็นเวลา 2 เดือน
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผลการสำรวจชี้ว่า นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า ยอดเกินดุลการค้าเดือนต.ค.ของจีนจะสูงกว่าสถิติเดือนก.ย.ที่ 1.45 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนการส่งออกมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น 16.1% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ชะลอตัวลงกว่าสถิติการขยายตัวในเดือนก.ย.ที่ 17.1% ส่วนการนำเข้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 21.7% ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากระดับเดือนก.ย.ที่ขยายตัว 20.9%
หู หงผิน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเอชเอสบีซี กล่าวว่า สำหรับการขยายตัวด้านการส่งออกของประเทศนั้น จะยังคงชะลอตัวในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า เนื่องจากความต้องการทั่วโลกที่อ่อนตัวลง แต่การส่งออกของจีนนั้น ไม่ได้ขยายตัวในอัตราที่เป็นลบ เนื่องจากสถานการณ์ที่ผันผวนทางเศรษฐกิจปัจจุบันนั้น รุนแรงน้อยกว่าเมื่อช่วงวิกฤตการเงินเมื่อปี 2552
นายหลี่ ที่ปรึกษาและคณะกรรมการนโยบายเงินตราของธนาคารกลางจีน กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า ตนเองคาดว่า ยอดเกินดุลการค้าของจีนตลอดทั้งปีจะอยู่ที่ 1.50 - 1.60 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 1.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ และคาดว่า ยอดเกินดุลการค้าจะหดตัวลงในปีหน้า
ยอดเกินดุลการค้าของจีนหดตัวลง 10.6% แตะ 1.07 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 9 เดือนแรก