ผู้บริหาร ส.อ.ท.ห่วง GDP ไทยโตต่ำ แนะรัฐเร่งปลดล็อคอุปสรรค-แก้กม. ยกระดับขีดความสามารถแข่งขันระยะยาว

ข่าวเศรษฐกิจ Monday October 6, 2025 15:29 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ผู้บริหาร ส.อ.ท.ห่วง GDP ไทยโตต่ำ แนะรัฐเร่งปลดล็อคอุปสรรค-แก้กม. ยกระดับขีดความสามารถแข่งขันระยะยาว

ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยผลการสำรวจ FTI CEO Poll ครั้ง ที่ 46 เดือน ก.ย.68 ภายใต้หัวข้อ "มุมมองต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยกับคู่แข่งในภูมิภาค" ที่ได้จากผู้บริหาร ส. อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 145 ท่าน ครอบคลุม 47 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด

โดยผู้บริหาร ส.อ.ท.ประเมินว่าขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค ยังอยู่ในระดับปานกลาง ทั้งในด้านต้นทุนการผลิต ความสามารถด้านเทคโนโลยี การเข้าถึงตลาด ผลิตภาพแรงงาน และการจัดการสิ่งแวด ล้อม โดยส่วนใหญ่เห็นว่าไทยมีข้อได้เปรียบจากทำเลที่ตั้งและโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ผู้บริหาร ส.อ.ท.ห่วง GDP ไทยโตต่ำ แนะรัฐเร่งปลดล็อคอุปสรรค-แก้กม. ยกระดับขีดความสามารถแข่งขันระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ปัญหากฎหมายที่ล้าสมัย มีความซับซ้อน และการปฏิรูประบบราชการที่ยังไม่จริงจัง ถือเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ฉุดรั้ง ศักยภาพทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้การขยายตัวของ GDP ไทยต่ำกว่าที่ควรจะเป็น โดยในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา GDP ไทยเติบโตเพียง 2.8% ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดในอาเซียน

โดยผู้บริหาร ส.อ.ท.มีข้อเสนอให้ภาครัฐเร่งปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบ พร้อมทั้งพัฒนาระบบราชการให้มีความโปร่งใส คล่องตัว และทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการ อนุมัติอนุญาต จะช่วยลดขั้นตอนที่ซับซ้อน ลดต้นทุนเวลาและค่าใช้จ่ายทั้งของรัฐและเอกชน อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ประชาชน ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศใน ระยะยาว

สำหรับผลสำรวจดังกล่าวมาจากคำถาม ดังนี้

1) เรื่องใดเป็นจุดแข็งของประเทศไทย เมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค

          อันดับ 1 : ความได้เปรียบด้านที่ตั้งและความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน                           73.8%
          อันดับ 2 : ศูนย์กลางการผลิตอาหารและสินค้าเกษตรระดับโลก                                  40.7%
          อันดับ 3 : ห่วงโซ่อุปทานและฐานการผลิตที่ครบวงจร                                         31.7%
          อันดับ 4 : จุดมุ่งหมายด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาค                                           28.3%

2) เรื่องใดเป็นจุดอ่อนของประเทศไทยที่ทำให้ GDP ขยายตัวต่ำกว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาค

          อันดับ 1 : กฎหมายที่ล้าสมัย ซับซ้อน และขาดการปฏิรูประบบราชการ                             91.2%
          อันดับ 2 : ความล่าช้าในการดำเนินนโยบายและการลงทุนโครงการพื้นฐานขนาดใหญ่                  51.3%
          อันดับ 3 : การพึ่งพาอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่มีมูลค่าไม่สูง                                        46.9%
          อันดับ 4 : การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและปัญหาหนี้ครัวเรือน                                      43.4%

3) ขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยอยู่ในระดับใดเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค

(รายละเอียดตามรูปประกอบ)

4) ปัจจัยเรื่องใดที่บั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย

          อันดับ 1 : การขาดแคลนแรงงานทักษะสูง และการพัฒนากำลังคน                                57.2%

ที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

          อันดับ 2 : การขาดการพัฒนาสินค้าทำให้ได้รับความนิยมลดลง ผลกระทบจาก                        45.5%

สินค้าทุ่มตลาดและการแข่งขันที่รุนแรงในภูมิภาค

          อันดับ 3 : การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ                             44.8%

รวมทั้งขาดเทคโนโลยีและนวัตกรรม

          อันดับ 4 : มาตรการทางการค้าของประเทศมหาอำนาจและผลกระทบจากสงครามการค้า               40.0%

5) ภาครัฐควรเร่งดำเนินการในเรื่องใด เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย

          อันดับ 1 : การปฏิรูปกฎหมายกฎระเบียบ และพัฒนาระบบราชการ                                66.9%

โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการอนุมัติอนุญาตภาครัฐ

          อันดับ 2 : การปรับโครงสร้างต้นทุนการผลิตให้สามารถแข่งขันได้                                51.0%

เช่น ค่าไฟฟ้า วัตถุดิบ โลจิสติกส์ เป็นต้น

          อันดับ 3 : การส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม                             42.8%

การพัฒนาสินค้าใหม่ๆ รวมทั้งการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย

          อันดับ 4 : การยกระดับผลิตภาพแรงงานและพัฒนากำลังคนด้วยการ                               33.1%

Upskill, Reskill, New Skills

6) อุตสาหกรรมเป้าหมายใด (S-Curve) จะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต

          อันดับ 1 : การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ                                               34.5%
          อันดับ 2 : การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ                               34.5%
          อันดับ 3 : การแพทย์ครบ                                                             26.9%
          อันดับ 4 : การแปรรูปอาหาร                                                          22.8%
          อันดับ 5 : ยานยนต์สมัยใหม่                                                           20.0%
          อันดับ 6 : อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ                                                       18.6%

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ