นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึง สถานการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลา ว่า หอการค้าไทย ได้ติดตามสถานการณ์ที่สหรัฐอเมริกาดำเนินการต่อผู้นำเวเนซุเอลาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นประเด็นที่อาจส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมืองระหว่างประเทศ และความเชื่อมั่นของระบบเศรษฐกิจโลก ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกยังมีความเปราะบาง และเผชิญความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัยพร้อมกัน
ทั้งนี้ หอการค้าไทย เห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ควรได้รับการคลี่คลายผ่านกระบวนการเจรจาโดยสันติ และอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและกติกาสากล โดยใช้กลไกของประชาคมระหว่างประเทศเป็นหลัก เพื่อหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการค้าโลก
นายพจน์ กล่าวว่า ในแง่ผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรงนั้น การค้าระหว่างไทย-เวเนซุเอลา มีมูลค่าไม่สูงมากเมื่อเทียบกับคู่ค้าหลัก จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการค้า และการลงทุนของไทยในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลคือผลกระทบทางอ้อม โดยเฉพาะความผันผวนของราคาน้ำมัน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และสินค้าเกษตร ซึ่งอาจส่งผลต่อภาคพลังงาน ภาคเกษตรกรรม และต้นทุนการดำเนินธุรกิจในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย
นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น อาจส่งผลต่อทิศทางการค้า และการลงทุนในภูมิภาคลาตินอเมริกา รวมถึงบรรยากาศการค้าโลกโดยรวม ซึ่งยังเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ของโลก
"หอการค้าไทย เห็นว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นค่าเงินบาท ราคาพลังงาน และความผันผวนของตลาดการเงินระหว่างประเทศ พร้อมเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้ปัจจัยภายนอกซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป" นายพจน์ กล่าวพร้อมระบุว่า ภาคเอกชนไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกฝ่ายจะใช้ความยับยั้งชั่งใจ และมุ่งแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาอย่างสันติภายใต้กติกาสากล เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่น การค้า การลงทุน และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของทุกประเทศ รวมถึงประเทศไทย