ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนธ.ค.68 ทรงตัวที่ระดับ 49.8 โดยภาพรวมทั้งปี 68 ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 67 ตามความเชื่อมั่นภาคการผลิตในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออก เช่น กลุ่มผลิตอาหารและเครื่องดื่ม, เครื่องใช้ไฟฟ้า และยางแปรรูปชั้นกลาง ที่มีการเร่งส่งออกช่วงครึ่งปีแรก ก่อนการเริ่มบังคับใช้มาตรการภาษีของสหรัฐฯ (Reciprocal Tariffs)
ตรงข้ามกับดัชนีฯ ในครึ่งปีหลังที่ปรับลดลงในเกือบทุกหมวดธุรกิจ หลังการบังคับใช้ Reciprocal Tariffs รวมทั้งแรงกดดันจากค่าเงินบาท/ดอลลาร์ ที่แข็งค่า ซึ่งซ้ำเติมกลุ่มสินค้าเกษตรแปรรูปที่เป็นสินค้าทดแทนได้ง่าย และสินค้าที่มีอัตรากำไรต่ำ ทำให้ความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการ และการผลิตปรับลดลง ยกเว้นกลุ่มผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ความเชื่อมั่นอยู่เหนือระดับ 50 ตลอดปี 68 จากผลดีของวัฎจักรอิเล็กทรอนิกส์ และความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่เติบโตดี เช่น semiconductors และ hard disk drive
ขณะที่ความเชื่อมั่นภาคที่มิใช่การผลิต ในไตรมาสสุดท้ายของปี 68 ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า นำโดยกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร และกลุ่มการค้าปลีก จากผลดีของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล อาทิ เที่ยวดีมีคืน, เที่ยวไทยคนละครึ่ง และคนละครึ่งพลัส ทำให้ความเชื่อมั่นด้านปริมาณการให้บริการ และคำสั่งซื้อปรับดีขึ้น
ตรงกันข้ามกับครึ่งปีแรก ที่ดัชนีฯ มีทิศทางลดลง โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร จากความกังวลด้านความปลอดภัย (Safety concern) และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติปรับลดลง เช่นเดียวกับกลุ่มการค้าปลีก ที่ความเชื่อมั่นปรับลดลงต่อเนื่องจากปี 67 ตามการระมัดระวังการใช้จ่าย ที่ลามไปสู่ลูกค้ารายได้สูงบางส่วน ทำให้ความเชื่อมั่นภาคที่มิใช่การผลิตปี 68 ปรับลดลงจากปีก่อน
สำหรับในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีฯ อยู่ที่ระดับ 54.4 ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ทั้งนี้ ดัชนีฯ ปรับดีขึ้นมากในไตรมาสสุดท้าย จากความเชื่อมั่นภาคที่มิใช่การผลิต โดยเฉพาะกลุ่มการค้าปลีก ตามความคาดหวังโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ที่คาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ต้นปี 69 แต่หลังการยุบสภาของรัฐบาล ความเชื่อมั่นปรับลดลงบ้าง
ด้านความเชื่อมั่นภาคการผลิต ปรับเพิ่มขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี 68 สะท้อนการคาดการณ์แนวโน้มธุรกิจที่จะดีต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 1 ปี 69 โดยเฉพาะกลุ่มผลิตอาหารและเครื่องดื่ม เช่น ทูน่ากระป๋อง, อาหารสัตว์เลี้ยง ตามสต็อกของคู่ค้าที่เร่งส่งออกไปในช่วงก่อนหน้าเริ่มทยอยหมดลง รวมทั้งกลุ่มผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีแนวโน้มการส่งออกดีต่อเนื่อง