กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เผยมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.10-31.70 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 31.42 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 31.16-31.53 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์แข็งค่า เมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ หลังผลสำรวจ ISM ภาคบริการเดือนธันวาคมของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นทางธุรกิจพุ่งขึ้น แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3
ส่วนเงินเยนยังคงซื้อขายโซนอ่อนค่า ท่ามกลางตลาดพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่ผันผวน โดยอัตราผลตอบแทน JGB อายุ 30 ปีแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือ 3.5% สะท้อนความเสี่ยงด้านการคลังที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ กระแสประเทศเศรษฐกิจหลัก ยกระดับงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง จำกัดขาลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว หลังปฎิบัติการของสหรัฐฯ ในเวเนซูเอลา
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 4,806 ล้านบาท แต่มียอดซื้อพันธบัตรสุทธิ 6,661 ล้านบาท
สำหรับในสัปดาห์นี้ หลังตัวเลขอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ลดลงเกินคาดสู่ระดับ 4.4% ในเดือนธันวาคม สนับสนุนมุมมองที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนนี้ ขณะที่ตลาดจะติดตามข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ รวมถึงคำวินิจฉัยของศาลต่ออำนาจของประธานาธิบดีทรัมป์ ในการเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้
อนึ่ง คำตัดสินที่ไม่เป็นผลดีต่อผู้นำสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะทำให้ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้ารุนแรงขึ้น และเป็นปัจจัยลบต่อค่าเงินดอลลาร์ แม้ว่านักลงทุนอาจคาดการณ์คำตัดสินดังกล่าวไว้บ้างแล้วก็ตาม ตลาดจะรอการตอบสนองของทรัมป์ และราคาสินทรัพย์ต่าง ๆ อาจผันผวนสูงขึ้นอีกครั้ง
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทาย รวมถึงการลดลงของความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าส่งออกจะได้รับผลกระทบเชิงลบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่ามากเกินไป ขณะที่พื้นที่สำหรับดำเนินนโยบายการเงินมีจำกัด แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเลย ธปท.ยังระบุด้วยว่า กำลังเข้มงวดเรื่องธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับทองคำ
ด้านกระทรวงพาณิชย์ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนธันวาคม ลดลง 0.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.59% ทั้งนี้ เงินเฟ้อทั่วไปปี 2568 ลดลง 0.14% ซึ่งเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี