ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.42/43 แข็งค่าสอดคล้องภูมิภาค ตลาดเกาะติดคำตัดสินคดีภาษีทรัมป์คืนนี้

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday January 14, 2026 17:36 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ 31.42/43 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากเปิดตลาด ที่ระดับ 31.50/55 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.41 - 31.54 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทเคลื่อนไหวตามราคาทองคำที่ปรับขึ้นระหว่างวัน โดยเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค

สำหรับคืนนี้ตลาดรอติดตามศาลสหรัฐฯ ว่าจะมีเรื่องมาตรการภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บังคับใช้ ร่วมด้วย หรือไม่ ทั้งนี้ ตลาดคาดว่าเรื่องภาษีสหรัฐฯ ผลออกมาอาจไม่ได้ตัดสินว่าผิดทั้งหมด อาจมีความผิดแค่บางส่วนเท่านั้น เนื่องจากถ้าผิดทั้ง หมด สหรัฐฯ จะต้องคืนเงินมหาศาล อย่างไรก็ดี คาดว่าในช่วงที่มีการแถลงผลตัดสิน ดอลลาร์สหรัฐฯ อาจมีการอ่อนค่าไปบ้าง แต่ไม่มาก เนื่องจากตลาดรับข่าวไปแล้วส่วนหนึ่ง

นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ไว้ที่ 31.30-31.60 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.80/81 เยน/ดอลลาร์ จากเมื่อเช้าที่ระดับ 159.30/40 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1650/1651 ดอลลาร์/ยูโร จากเมื่อเช้าที่ระดับ 1.1630/1645 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ 1,244.30 จุด เพิ่มขึ้น 9.00 จุด (+0.73%) มูลค่าซื้อขาย 39,177.88 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 2,373.42 ล้านบาท
  • กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวในโอกาสเปิดสัมมนา AEC Business Forum 2026 ภายใต้ข้อ
หัว New ASEAN: A Paradigm Shift ว่า อาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายจากภูมิรัฐศาสตร์ การค้า
เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศและโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป แต่ทุกปัจจัยล้วนเป็นโอกาสให้ภูมิภาคอาเซียนได้ยกระดับความสามารถใน
การแข่งขัน หากประเทศสมาชิกเร่งเสริมความร่วมมือ ใช้ประโยชน์จากเมกะเทรนด์ และลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียว ดิจิทัล และทักษะแรง
งาน อาเซียนจะสามารถก้าวขึ้นเป็นภูมิภาคที่น่าลงทุนที่สุดแห่งหนึ่งของโลกได้
  • ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยในวันนี้ (14 ม.ค.) ว่า BOJ ยังพร้อมเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
ต่อเนื่อง หากภาวะเศรษฐกิจและทิศทางเงินเฟ้อเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ หลังจากที่เพิ่งปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปีเมื่อ
เดือนที่ผ่านมา
  • สำนักงานศุลกากรจีน (GAC) รายงานในวันนี้ว่า ยอดส่งออกเดือนธ.ค.พุ่งขึ้น 6.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี มากกว่านัก
วิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3% และแข็งแกร่งกว่าในเดือนพ.ย.ที่เพิ่มขึ้น 5.9%
  • ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารเจพีมอร์แกน (JPMorgan) ได้ออกมาเตือนว่า ข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่

จะจำกัดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10% นั้น จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้บริโภค ซึ่งการแสดงความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับ

เสียงคัดค้านในอุตสาหกรรมการธนาคารของสหรัฐฯ ในขณะนี้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ