"เอกนิติ" ปักธง Net Zero 2050 งัดภาษีคาร์บอน-ETS บังคับใช้จริง เปิดทางเอกชนขายไฟ-ลงทุน Green Grid

ข่าวเศรษฐกิจ Friday January 16, 2026 14:48 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวในงาน "Sustainability Spark by PTT Group 2026" ในหัวข้อ "Thailands New Horizon: ประเทศไทยแข็งแกร่งและยั่งยืนท่ามกลางโลกผันผวนและความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ"ว่า การเปลี่ยนแปลงด้านความยั่งยืนของในประเทศที่ดีขึ้น ต้องเริ่มจากการมี "ความฝัน" และต้องมีความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคชุมชน

ด้านภาครัฐ ต้องกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจน โดยประเทศไทยเร่งเป้าหมาย Net Zero เร็วขึ้นกว่าเดิมมาเป็นปี 2050 โดยรัฐบาลต้องมีนโยบายด้านความยั่งยืนที่ชัดเจนและต้องมีกฎหมายรองรับ ซึ่งปัจจุบันมีการผลักดัน พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ กลไกสำคัญในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคือกลไกภาคบังคับ โดยเฉพาะเรื่องภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) หรือระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) ซึ่งมีพิสูจน์ในต่างประเทศว่าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรมมากกว่าระบบสมัครใจ โดยรายได้ที่ถูกจัดเก็บในส่วนนี้จะต้องนำไปจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนภาคเอกชน ตั้งแต่ธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ให้เข้าถึงอุตสาหกรรมและธุรกิจสีเขียวได้

นอกจากการสนับสนุนด้านนโยบาย ภาครัฐได้ให้การสนับสนุน Green Finance ผ่านเครื่องต่าง ๆ อาทิ Green Bond และ Sustainability-Linked Bond ที่รัฐบาลได้เริ่มดำเนินการแล้ว ซึ่งภาคเอกชนที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมุ่งเน้นความยั่งยืนจะได้รับดอกเบี้ยที่ถูกกว่า

ด้านภาคเอกชน ซึ่งมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะภาคพลังงานและขนส่งที่ปล่อยก๊าสเรือนกระจกสูงถึง 65% โดยโครงการ Carbon Capture Utilization and Storage (CCUS) เป็นเรื่องสำคัญที่กลุ่ม ปตท. มุ่งมั่นดำเนินการให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เอกชนไม่สามารถทำได้โดยลำพัง ต้องได้รับความร่วมมือจากภาครัฐเพื่อให้ CCUS เกิดขึ้น นอกจากนี้ ภาครัฐต้องเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนไฟฟ้าสะอาดเพิ่มขึ้น แม้ว่าในอดีตประเทศไทยจะมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ทั้งไฟฟ้า น้ำ ค่าแรง และสนามบิน แต่ปัจจุบันนักลงทุนมองหาพลังงานไฟฟ้าสีเขียว ซึ่งประเทศไทยยังมีไม่เพียงพอ

"ภาครัฐก็ลงทุนเรื่องสายส่ง โดยเราสามารถทำกองทุนโครงสร้างพื้นฐานระดมทุนมาทำสายส่งได้ ทำพลังงานสะอาดได้ ซึ่งไม่ได้เป็นหนี้สาธารณะ เป็นการระดมทุนจากเอกชน มีคนต้องการลงทุนอย่างมาก กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย Infrastructure Fund เราสามารถทำได้ เราสามารถทำ PPP ได้ และต้องเปิดให้เอกชนขายไฟกลับเข้ามาได้"นายเอกนิติ กล่าว

ท้ายที่สุดด้านชุมชน ยกตัวอย่างสระบุรีโมเดล ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน พัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ที่เป็นสีเขียว ทำให้ชุมชนได้ประโยชน์จากการทำกิจกรรมดังกล่าว ทั้งเรื่องการแยกขยะ พลังงานสะอาด รวมทั้งสินค้าเกษตร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นในทุกชุมชนไม่ใช่แค่สระบุรีเท่านั้น

โดยล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการ Low Carbon City ซึ่งเริ่มทำกับกรุงเทพมหานคร อาทิ ติดโซลาร์บนหลังคาโรงเรียน บนโรงพยาบาล ซึ่งทำงานร่วมกับ EXIM Bank และการนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้นแบบโครงการที่ทำร่วมกับท้องถิ่น และจะเกิดขึ้นตามจังหวัดต่าง ๆ เพื่อทำให้เกิดพลังงานสะอาดสีเขียวลงไปถึงชุมชน

"สิ่งเหล่านี้คือฝันที่เป็นจริงได้ ถ้าเราร่วมมือกัน ผมมั่นใจว่าพลังของคนไทยเก่งไม่แพ้ชาติอื่น แต่เราต้องรวมพลังกัน ผมเชื่อในเรื่อง 5 P ที่จะทำให้สำเร็จ Public ,Private, People, Partnership for Planet "นายเอกนิติ กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ