ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า (19-23 ม.ค.69) ไว้ที่ระดับ 31.00-31.70 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ, การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชีย และราคาทองคำในตลาดโลก ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ จีดีพีไตรมาส 3/2568, ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนต.ค.-พ.ย., ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนธ.ค., ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และ PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนม.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามผลการประชุม BOJ (22-23 ม.ค.69), การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน, อัตราเงินเฟ้อเดือนธ.ค. ของยูโรโซนและอังกฤษ และข้อมูลเศรษฐกิจจีน อาทิ จีดีพีไตรมาส 4/2568 และตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือน ธ.ค.
สัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทแกว่งตัวอยู่ในกรอบค่อนข้างจำกัดในช่วง 31.20-31.55 ตลอดสัปดาห์เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่เงินดอลลาร์เผชิญแรงกดดันท่ามกลางความกังวลต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เปิดเผยว่า อัยการของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีการเปิดการสอบสวนในประเด็นการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของเฟด
อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาอ่อนค่าในช่วงกลางสัปดาห์ เนื่องจากตลาดตีความสัญญาณของผู้ว่าการ ธปท. ในเชิง Dovish ซึ่งสะท้อนโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยของไทยในปีนี้ นอกจากนี้การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับทิศทางสกุลเงินในเอเชีย นำโดยเงินเยนซึ่งเผชิญแรงขายท่ามกลางการคาดการณ์ว่า นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่นอาจตัดสินใจยุบสภาเพื่อจัดเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งตลาดประเมินว่า หากพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ชนะการเลือกตั้งก็อาจทำให้สถานะทางการคลังของญี่ปุ่นถดถอยลง นอกจากนี้ แรงขายเงินดอลลาร์ชะลอลงบางส่วน หลังมีรายงานข่าวว่าผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลกร่วมกันออกแถลงการณ์เพื่อสนับสนุนนายเจอโรม พาวเวลด้วยเช่นกัน
เงินบาททยอยแข็งค่ากลับมาอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์เผชิญแรงขายตามปัจจัยทางเทคนิคหลังจากที่
ในวันศุกร์ที่ 16 ม.ค.69 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 31.39 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับระดับ 31.43 บาท/ดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (9 ม.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 12-16 ม.ค.69 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 7,576.7 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 820.8 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 821.0 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 0.2 ล้านบาท)