ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.26 แข็งค่านำภูมิภาค เหตุทองยังทุบสถิติ คาดบาทพรุ่งนี้ 31.15-31.35

ข่าวเศรษฐกิจ Monday January 19, 2026 17:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 31.26 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจาก ช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 31.30 บาท/ดอลลาร์

โดยระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.23 - 31.32 บาท/ดอลลาร์ โดยวันนี้เงินบาทแข็งค่าสุดในภูมิภาค ในขณะ ที่สกุลเงินอื่นมีทั้งแข็งค่า และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

"วันนี้เงินบาทแข็งค่าสุดในภูมิภาค เป็นผลจากราคาทองที่ทำ All Time High เนื่องจากกังวลปัญหาความเสี่ยงด้านภูมิรัฐ ศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป ในเรื่องเกาะกรีนแลนด์" นักบริหารเงิน ระบุ

ส่วนทิศทางเงินบาทในวันพรุ่งนี้ ยังต้องจับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งแนวโน้มราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งหากยัง ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก็จะเป็นโอกาสให้เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางที่แข็งค่าได้ต่อ

ขณะที่คืนนี้ ฝั่งสหรัฐฯ ยังไม่มีการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.15 - 31.35 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 157.96 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 157.43 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1620 ดอลลาร์/ยูโร ทรงตัวจากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1620 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,283.20 จุด เพิ่มขึ้น 7.60 จุด (+0.60%) มูลค่าการซื้อขาย 36,145.56 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,071.75 ลบ.(SET+MAI)
  • รมว.คลังสหรัฐฯ เผย มีความเป็นไปได้น้อยมาก ที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ จะกลับคำตัดสิน และยับยั้งการใช้อำนาจฉุกเฉินของ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเรียกเก็บภาษีนำเข้า ขณะที่คำวินิจฉัยของศาล คาดว่าออกมาได้เร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้
  • สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เผย ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2568 ของจีน ขยายตัว
เพียง 4.5% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่อ่อนแอที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี หรือนับตั้งแต่ไตรมาส 1 ของปี 2566 อันเนื่องจากอุปสงค์ภายใน
ประเทศซบเซาลง
  • ราคาทองคำในตลาดสปอต พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่าม
กลางสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าเพิ่มเติมจาก 8
ประเทศในยุโรป อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในกรณีที่สหรัฐฯ ต้องการครอบครองกรีนแลนด์
  • ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของเกาหลีใต้ กำลังยกระดับความพยายามในการร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลอัตราแลกเปลี่ยน
เงินตราต่างประเทศของรัฐบาล เพื่อสกัดการอ่อนค่าของสกุลเงินวอน โดยมีการเสนอแรงจูงใจให้ลูกค้าขายสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และ
ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ
  • สหภาพยุโรป (EU) กำลังพิจารณามาตรการตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าวงเงิน 9.3 หมื่นล้านยูโร
(ราว 1.07 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือจำกัดการเข้าถึงตลาดของบริษัทสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขู่จะขึ้นภาษี
สินค้าจากยุโรปจากปมขัดแย้งเรื่องการซื้อเกาะกรีนแลนด์
  • นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ประกาศแผนการที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนด โดยให้คำมั่นว่า
จะขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าเธอสมควรที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ ขณะที่ นสพ.โยมิอุริ ชิมบุนรายงานว่า ทาคาอิจิจะ
ยุบสภาในวันศุกร์นี้ (23 ม.ค.) ในช่วงเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญ
  • ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์,

ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) เดือนธ.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวล

รวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568 (Final), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนต.ค.และพ.

ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการ และภาคการผลิตขั้นต้นเดือนม.ค. และ ดัชนีราคาผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเดือนม.ค.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ