Meta ผนึก 6 พันธมิตร เปิดตัวแคมเปญสู้สแกมเมอร์ ติดอาวุธคนไทยรู้ทันกลโกงออนไลน์

ข่าวเทคโนโลยี Friday January 23, 2026 14:48 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

Meta ผนึก 6 พันธมิตร เปิดตัวแคมเปญสู้สแกมเมอร์ ติดอาวุธคนไทยรู้ทันกลโกงออนไลน์

Meta ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐ 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดงาน "The Mystery Mansion of Scams คฤหาสน์หลอน เปิดโปงโลกสแกม" กิจกรรมภายใต้แคมเปญ "Is This Legit?" (อันนี้จริงหรือหลอก?) เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และเสริมภูมิคุ้มกันภัยสแกมออนไลน์ให้กับประชาชน

Meta ผนึก 6 พันธมิตร เปิดตัวแคมเปญสู้สแกมเมอร์ ติดอาวุธคนไทยรู้ทันกลโกงออนไลน์

นายยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะจาก Facebook ประเทศไทย กล่าวว่า ภัยหลอกลวงออนไลน์ กำลังทวีความรุนแรงและแพร่หลายมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อแพลตฟอร์มดิจิทัลหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ แอปหาคู่ เกมออนไลน์ ไปจนถึงแพลตฟอร์มคริปโตฯ หรือการหลอกลวงผ่านการส่งข้อความทางโทรศัพท์

ทั้งนี้ Meta มีการใช้แนวทางการทำงานหลายระดับในการรับมือกับอาชญากรที่มีความซับซ้อนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบป้องกันทางเทคนิคแบบอัตโนมัติ การสกัดกั้นและรบกวนเครือข่ายมิจฉาชีพ การทำงานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนการเสริมสร้างความรู้ให้ผู้ใช้งานสามารถสังเกตและป้องกันภัยหลอกลวงได้

Meta ผนึก 6 พันธมิตร เปิดตัวแคมเปญสู้สแกมเมอร์ ติดอาวุธคนไทยรู้ทันกลโกงออนไลน์

แคมเปญในวันนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันที่ชัดเจนถึงความสำคัญของความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันพันธกิจของ Meta และพันธมิตรในการสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยและยั่งยืน

สำหรับกิจกรรมดังกล่าว เป็นการต่อยอดจากแคมเปญโซเชียล "อันนี้จริงหรือหลอก?" (Is This Legit?) ซึ่งเป็นแคมเปญให้ความรู้ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ครอบคลุม 17 ประเทศ ระหว่างเดือนก.ค.-ธ.ค.68 ที่ผ่านมา โดยแคมเปญมีเป้าหมายเพื่อสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับรูปแบบภัยหลอกลวงออนไลน์ที่พบบ่อย และให้ความรู้แก่ผู้ใช้งานถึงความสำคัญของเครื่องมือรักษาความปลอดภัยของบัญชี ผ่านการผสานประสบการณ์จากเกมออนไลน์แบบอินเทอร์แอคทีฟ แคมเปญบนแพลตฟอร์มแบบบูรณาการ รวมถึงกิจกรรมออฟไลน์ พร้อมประสบการณ์ที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละประเทศ

Meta ผนึก 6 พันธมิตร เปิดตัวแคมเปญสู้สแกมเมอร์ ติดอาวุธคนไทยรู้ทันกลโกงออนไลน์

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการจัดแคมเปญในภูมิภาค สื่อให้ความรู้นี้สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มที่ไม่ซ้ำกันกว่า 382 ล้านคน และสร้างยอดการแสดงผลมากกว่า 2 พันล้านครั้งบน Facebook และ Instagram โดยมีผู้ใช้งานมากกว่า 343,000 คนเข้าร่วมเล่นเกม รวมระยะเวลาการมีส่วนร่วมกว่า 2.74 ล้านนาที

สำหรับในประเทศไทย แคมเปญ "อันนี้จริงหรือหลอก?" (Is This Legit?) ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ 6 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.), กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี), กองบัญชาการตำรวจนครบาล, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 31 ล้านคน และสร้างยอดการแสดงผลมากกว่า 130 ล้านครั้ง อีกทั้งยังมีผู้เข้าร่วมเล่นเกมมากกว่า 23,700 คน รวมระยะเวลาการมีส่วนร่วมกว่า 190,000 นาที ในการเรียนรู้เกี่ยวกับรูปแบบภัยหลอกลวงออนไลน์ต่าง ๆ

ส่วนรายละเอียดกิจกรรม "The Mystery Mansion of Scams: คฤหาสน์หลอน เปิดโปงโลกสแกม" ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงผ่านการสืบสวน พร้อมไขปริศนาเบื้องหลังเรื่องราวอุทาหรณ์ของหญิงสาวคนหนึ่ง โดยเดินทางตามเสียงแมวดำนักเล่าเรื่อง และคำใบ้จากผีสาว เพื่อค้นหาความจริง และเรียนรู้รูปแบบกลโกงออนไลน์ที่แฝงอยู่ในเรื่องราว เช่น การหลอกให้รัก (Romance Scams) การหลอกให้ลงทุน การแอบอ้างตัวตน และกลโกงในรูปแบบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับทุกคน

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ เป็นประเด็นที่กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพราะเป็นภัยใกล้ตัวที่กระทบต่อความปลอดภัยของคนเมืองยุคดิจิทัล การที่ Meta เข้ามาร่วมผลักดันและสร้างแรงกระเพื่อมผ่านกิจกรรมที่เข้าถึงง่าย และสร้างสรรค์เช่นนี้ ช่วยให้การเรียนรู้เรื่องภัยออนไลน์แพร่ขยายไปสู่คนไทยในวงกว้างได้อย่างเป็นรูปธรรม

กรุงเทพมหานคร ขอขอบคุณพันธมิตรทุกภาคส่วน ที่ร่วมมือกันทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นจริง และในอนาคต เราหวังว่าจะได้เห็นกิจกรรมในลักษณะนี้เกิดขึ้นมากยิ่งขึ้น เพื่อร่วมกันสร้างกรุงเทพมหานครที่ปลอดภัย ทั้งในโลกความจริง และโลกออนไลน์ให้เกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน

ขณะที่ น.ส.ยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ปัจจุบัน ประชาชนต้องเผชิญกับกลลวงและภัยออนไลน์ที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไป ตกอยู่ในความเสี่ยงสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันเสริมความพร้อมในการรับมืออย่างจริงจัง การยกระดับความปลอดภัยทางดิจิทัลจึงต้องอาศัยความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนผู้ใช้งานออนไลน์

โดยความร่วมมือกับ Meta ในครั้งนี้ ช่วยเสริมพลังในการสร้างความตระหนักรู้ และการรู้เท่าทันสแกมให้ประชาชน ผ่านวิธีการที่สร้างสรรค์และเข้าถึงง่าย อีกทั้งยังถือเป็นส่วนสำคัญในการร่วมสร้างเครือข่ายประชาชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการหลอกลวงจากภัยออนไลน์อย่างยั่งยืน

น.ส.อาชินี ปัทมะสุคนธ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ และหัวหน้าศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต. ทำงานเชิงรุกในการปกป้องผู้ลงทุนและประชาชนจากการถูกชักชวนหลอกลงทุน เน้นการให้คำปรึกษาเพื่อช่วยประชาชนก่อนตัดสินใจลงทุน หรือโอนเงิน รวมถึงมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันการลงทุนให้แก่ประชาชนและผู้ลงทุนให้รู้เท่าทันมิจฉาชีพ

พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนากลไกป้องกัน เพิ่มการรู้เท่าทัน และสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถืออย่างยั่งยืน อันจะลดความสูญเสียของประชาชน ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ของ ก.ล.ต. Preventive Anti-Scam for All มุ่งสร้างกลไก 3Cs อันได้แก่ Consultation Communication และ Collaboration

  • Meta เปิดสถิติ 1H/68 กวาดล้างเนื้อหาหลอกลวงบน Facebook กว่า 7 ล้านรายการในไทย

นายยิ่งยศ กล่าวว่า Meta ได้ดำเนินการเชิงรุกเพื่อต่อต้านการฉ้อโกง และการหลอกลวงออนไลน์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 67 Meta ได้ลบโฆษณากว่า 157 ล้านชิ้น ที่ละเมิดนโยบายเกี่ยวกับการฉ้อโกงและสแกม โดยกว่า 90% ถูกลบก่อนที่ผู้ใช้จะรายงาน อีกทั้งยังพบว่าประมาณ 20% ของสแกมที่ถูกรายงาน มีสาเหตุมาจากบัญชีที่ถูกแฮ็ก

Meta จึงได้พัฒนาเครื่องมือเพื่อลดปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้อัตราการตรวจพบบัญชีที่ถูกแฮ็กโดยอัตโนมัติลดลง 48% บน Facebook และ 41% บน Instagram ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568

ส่วนในครึ่งแรกของปี 68 Meta ได้สานต่อการดำเนินเชิงรุกในประเทศไทย โดยการจัดการกับเนื้อหา บัญชี และโฆษณาที่ละเมิดนโยบายเกี่ยวกับการฉ้อโกงและการหลอกลวง ดังนี้

- ลบเนื้อหาบน Facebook กว่า 7.3 ล้านชิ้น และบน Instagram กว่า 15,000 ชิ้น โดยมีเนื้อหาที่ถูกลบก่อนได้รับแจ้งถึง 99% บน Facebook และ 76% บน Instagram

- ลบบัญชีผู้ใช้บน Facebook กว่า 66,000 บัญชี และบน Instagram กว่า 24,000 บัญชี โดย 65% ของบัญชีบน Facebook และ 86% บน Instagram ถูกลบก่อนได้รับการรายงาน

- แบนประกาศขายใน Marketplace บน Facebook กว่า 18,000 รายการ โดย 84% ถูกลบก่อนได้รับการรายงาน

- ลบเนื้อหาโฆษณากว่า 380,000 ชิ้น โดยกว่า 90% ถูกลบก่อนได้รับการรายงาน

- แบนบัญชีโฆษณากว่า 3,000 บัญชี ก่อนได้รับการรายงานทั้งหมด

Meta ให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ และการสร้างความตระหนักรู้แก่บุคคลทั่วไป ควบคู่ไปกับการบังคับใช้มาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่านศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และพันธมิตรหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับโลก จัดปฏิบัติการพิเศษ "Joint Disruption Week" ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย เพื่อปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

"Meta ได้เลือกประเทศไทย ทำโครงการนำร่องแห่งแรกของโลก สำหรับปฏิบัติการ "Joint Disruption Week" เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยน ถือว่ามีบทบาทสำคัญ และมีความแอคทีฟมากในเวทีโลก" นายยิ่งยศ กล่าว

โดยความร่วมมือดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการดำเนินการเชิงรุกที่สำคัญ อาทิ การลบเพจปลอม และเพจเสี่ยงสูง กว่า 59,000 รายการ รวมถึงบัญชีที่เชื่อมโยงกับการฟอกเงิน และการรับสมัครงานผิดกฎหมาย การพัฒนาระบบตรวจจับร่วมกัน ซึ่งสามารถบล็อกโฆษณาหลอกลวงได้มากกว่า 4,000 รายการต่อวัน และการระบุผู้ต้องสงสัยสำคัญ 6 ราย ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ตอกย้ำความสำคัญของการผนึกกำลังทุกภาคส่วนในการรับมือภัยกลโกงออนไลน์อย่างจริงจัง โดย Meta และพันธมิตร มีแผนขยายความร่วมมือในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องในปี 69


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ