GCAP GOLD ชี้สัญญาณทองขาขึ้น สงครามการค้า-ความเสี่ยงศก.โลกหนุนราคาพุ่งต่อ

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday January 29, 2026 10:21 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

GCAP GOLD ชี้สัญญาณทองขาขึ้น สงครามการค้า-ความเสี่ยงศก.โลกหนุนราคาพุ่งต่อ

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ประเมินทิศทางราคาทองคำในสัปดาห์นี้ ยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้น โดยให้ระดับราคา $5,400 เป็นเป้าหมายแนวต้านจิตวิทยาที่สำคัญที่ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นไปถึง ดังนั้นจึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนรอจังหวะย่อตัวเพื่อเข้าซื้อ มากกว่าการไล่ราคา โดยโซนที่น่าจับตาอยู่บริเวณ $5,100 / $5,000 (ราคาทองคำไทยประมาณ 74,500 / 73,300 บาท) ซึ่งอาจทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญของการสะสมแรงซื้อรอบใหม่

ทั้งนี้หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือ $5,000 ได้อย่างชัดเจน (ราคาทองคำไทยประมาณ 73,000 บาท) จะเป็นสัญญาณว่าโมเมนตัมขาขึ้นยังแข็งแกร่ง และอาจเปิดทางให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมายถัดไปบริเวณ $5,400 (ราคาทองคำไทยประมาณ 79,000 บาท)

"ตลาดทองคำมีแรงซื้อเพิ่มขึ้น จากปัจจัยความเสี่ยงสงครามการค้า ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณแข็งกร้าวด้านการค้า โดยขู่ว่าจะปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากเกาหลีใต้ จากปัจจุบัน 15% เป็น 25% ซึ่งสะท้อนความเป็นไปได้ของสงครามการค้ารอบใหม่และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก

ล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์ว่าไม่กังวลต่อการอ่อนค่าของดอลลาร์ ทำให้ตลาดตีความว่าเป็นการยอมให้ดอลลาร์อ่อนค่าได้มากกว่าที่ผ่านมา กลายเป็นแรงเร่งให้เกิดการลดสัดส่วนการถือครองดอลลาร์ รวมถึงการโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น"

นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาความเสี่ยงจาก ภาวะชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ หลังเดโมแครตขู่บล็อกกฎหมายงบประมาณ หากไม่ปรับลดงบกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ โดยมีเส้นตายวันที่ 30 มกราคมเป็นจุดชี้ขาด ความขัดแย้งทางการเมืองที่ทวีความรุนแรงอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในดอลลาร์และนโยบายการคลัง ซึ่งมักถูกตีความว่าเป็นสัญญาณเพิ่มความเสี่ยงและหนุนให้ทองคำมีน้ำหนักมากขึ้นในพอร์ตการลงทุน

ขณะเดียวกันสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง มีแนวโน้มยกระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้นหลังสหรัฐฯ ส่งกองกำลังเรือรบเข้าไปเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน ท่ามกลางการประเมินที่ให้ความเป็นไปได้ของการโจมตีในระดับสูง แม้การเคลื่อนกำลังอาจเป็นเพียงเกมเชิงยุทธศาสตร์ แต่ภาพรวมตลาดตอบสนองต่อความเสี่ยงล่วงหน้า หากเกิดการปะทะจริง จะส่งผลกระทบที่ทำให้ลุกลามจากตลาดพลังงานไปสู่สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก และยกระดับบทบาททองคำในฐานะ Safe Haven อย่างชัดเจนมากขึ้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ