กบข.โชว์ผลตอบแทนปี 68 โต 5.18% ทองคำพุ่งหนุนพอร์ต ลุยศึกษาลงทุนที่อยู่สูงวัย-Siver Economy

ข่าวเศรษฐกิจ Friday January 30, 2026 15:45 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผย ผลการดำเนินงานของ กบข. ในปี 2568 ว่า สามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนกองสมาชิกได้ดีกว่าที่คาดหมายที่ 5.18% สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ 3.91% โดยผลตอบแทนรายแผนส่วนใหญ่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะแผนทองคำ ให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 52.78% แผนหุ้นต่างประเทศ 17.47% แผนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไทย 9.38% แผนเชิงรุก65 8.89% แผนสมดุลตามอายุ (สมาชิกอายุน้อยกว่า 55 ปี) 8.74% และแผนลงทุนพื้นฐานทั่วไป 4.31% สะท้อนถึงการกระจายการลงทุนที่เหมาะสมที่ช่วยเสริมศักยภาพผลตอบแทนให้กับสมาชิก

โดยในปี 2568 กบข. สามารถเพิ่มสัดส่วนสมาชิกที่มีโอกาสบรรลุเงินก้อนเพียงพอต่อการมีคุณภาพชีวิตหลังเกษียณอย่างมีสุข ในระดับดี (P75) จาก 18% ในปี 2567 เป็น 25% ลดสัดส่วนสมาชิกที่มีโอกาสไม่บรรลุเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง

ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2569 กบข. จะเดินหน้าศึกษาโอกาสการลงทุนใหม่ผ่านโครงการนำร่อง ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Housing Sandbox) และศึกษาโอกาสลงทุนในเศรษฐกิจสูงวัย (Siver Economy) รวมถึงกระตุ้นให้สมาชิกออมเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุ และเป้าหมายทางการเงินของตัวเอง พร้อมพัฒนากลยุทธ์การลงทุนให้สามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

ทั้งนี้ นายทรงพล กล่าวว่า ในปี 2569 กบข. ยังมีแผนการลงทุนและสินทรัพย์ที่กำหนดผลตอบแทนให้ชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2-3% ตามเป้าหมายของสมาชิก เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน ให้สมาชิกสามารถดำรงชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีสุข โดยยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาดู โดยเฉพาะเรื่องสงคราม ซึ่งเชื่อว่าในทุก ๆ เดือนจะมีปัจจัยใหม่ ๆ เกิดขึ้นหลายปัจจัย และปีนี้ยังเป็นปีที่ท้าทายมากกว่าปีที่ผ่านมา แต่ก็เชื่อว่าจะยังมีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าปีก่อน

ส่วนกลยุทธ์การลงทุน ยังเน้นให้มีความเข้าใจเรื่องสินทรัพย์ที่จะลงทุนเป็นหลัก เพราะแต่ละสินทรัพย์มีปัจจัยที่สนับสนุนในแต่ละมิติแตกต่างกันออกไป

ทั้งนี้ นายทรงพล เปิดเผยว่า ยอมรับว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กบข. ได้รับการติดต่อจากหน่วยงานรัฐอื่น ๆ เพื่อให้เข้ามาช่วยบริหารจัดการเงินลงทุน เนื่องจากแต่ละหน่วยงานอาจจะติดขัดไม่สามารถดำเนินการเองได้ ซึ่งที่ผ่านมา กบข. ยังไม่สามารถเข้าไปทำหน้าที่ในส่วนนั้นได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนประสิทธิภาพกฎหมายของ กบข. ว่า หากจะมีการปรับปรุงกฎหมายจะมีส่วนไหนที่สามารถดำเนินการได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม นายทรงพล กล่าวว่า จะต้องมีการหารือรายละเอียดที่ชัดเจนกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วยว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เพราะอาจจะไม่ใช่แค่การรับบริหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นตามกระบวนการหากมีข้อสรุปชัดเจนว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายของ กบข. จริง ก็จะต้องมีการส่งเรื่องสภา และวุฒิสภาด้วย แต่เบื้องต้นคาดว่าจะได้ข้อสรุปสาระสำคัญของร่างกฎหมายทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้

"เราไม่ใช่คนที่จะบอกว่าทำได้หรือไม่ได้ แต่ยอมรับว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีหน่วยงานรัฐที่ติดต่อมาที่เราเพื่อให้เข้ามารับหน้าที่ในการบริหาร ซึ่งตอนนี้มันยังติดเรื่องข้อกฎหมาย ก็กำลังเก็บข้อมูลกันอยู่ ปัจจุบันมีข้าราชการ 3 ล้านคน เป็นสมาชิก กบข. 1.2 ล้านคน ที่เหลือไม่ได้เป็น แต่ก็ยังมีความยากลำบากในการบริหารเงินเกษียณของตัวเอง ก็ติดต่อมาที่ กบข. ให้ช่วยบริหารได้หรือไม่ ตรงนี้อยากชี้แจงว่าหลักกฎหมายของเรายังทำไม่ได้ แต่เราก็รับที่จะมาปรับปรุงเรื่องกฎหมายที่เป็นหนึ่งในเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในขณะนี้" นายทรงพล กล่าว

ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอให้ กบข. เข้าไปช่วยบริหารงานให้กองทุนประกันสังคมนั้น นายทรงพล กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่ได้รับการติดต่อมาแต่อย่างใด แต่ส่วนตัวมองว่าแต่ละหน่วยงานมีพันธกิจที่แตกต่างกันออกไป เช่น สมาชิก กบข. จะได้รับเงินตอนเกษียณ แต่ก็ไม่มีสิทธิประโยชน์ด้านอื่น ๆ เช่น การรักษาพยาบาล และมองว่า ในแต่ละหน่วยงานทุกคนตั้งใจทำงานให้สำเร็จทั้งสิ้น แต่การทำให้งานสำเร็จนั้นอาจจะยังขาดอะไร ดังนั้นหากทางกองทุนประกันสังคมมีการประสานงานมายัง กบข. ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ