CIMBT กระเทาะมาตรการแบงก์ชาติยกระดับคุมเทรดทองออนไลน์ สกัดค่าเงินผันผวน-เก็งกำไร หลังพ่นพิษเงินบาทระส่ำ

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday February 3, 2026 16:35 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สำนักวิจัยธนาคารซีไอเอ็มบีไทย กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยกระดับการกำกับดูแลการซื้อขายทองคำออนไลน์ เพื่อต้องการจำกัดความเสี่ยงจากธุรกรรมมูลค่าสูง และผลกระทบที่จะมีต่ออัตราแลกเปลี่ยนว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ประกาศยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีการชำระราคาเป็นเงินบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเพิ่มความโปร่งใสในการซื้อขายการกำกับดูแลธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง และการจำกัดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพตลาดการเงิน และอัตราแลกเปลี่ยน

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป และบังคับใช้กับลูกค้าทั่วไปบนแพลตฟอร์มซื้อขายทองคำออนไลน์ที่มีการซื้อขายสองด้าน (ซื้อ-ขาย) และชำระราคาเป็นเงินบาท

ภายใต้มาตรการใหม่นี้ ธปท. กำหนดวงเงินการซื้อหรือขายทองคำ ไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อคนต่อวันต่อแพลตฟอร์ม สำหรับการซื้อขายทองคำที่ชำระเป็นเงินบาท เพื่อจำกัดความเสี่ยงจากธุรกรรมขนาดใหญ่ที่อาจสร้างแรงกดดันต่อสภาพคล่องในระบบการเงินและอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเวลาสั้น

ขณะเดียวกัน ได้ยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกรรมบนแพลตฟอร์มทองคำออนไลน์ โดยกำหนดข้อห้ามสำคัญ ได้แก่ การห้ามใช้บัญชีบุคคลอื่นในการชำระเงิน การห้ามชำระด้วยเงินสด การห้ามชำระส่วนต่าง (ต้องชำระราคาทองคำเต็มจำนวน) การห้ามโอนทองคำระหว่างกัน และการห้ามทำธุรกรรมในลักษณะ short sell โดยกำหนดให้ผู้ขายต้องมีทองคำอยู่จริงก่อนการขาย

มาตรการดังกล่าวมีขอบเขตการบังคับใช้ที่ชัดเจน โดยไม่ครอบคลุมการซื้อขายทองคำหน้าร้าน การซื้อขายบนแพลตฟอร์มที่มีเพียงด้านเดียว (ขายอย่างเดียว) การซื้อขายในตลาด TFEX รวมถึงไม่กระทบต่อผู้ที่มีทองคำคงค้างเดิมเกินกว่า 50 ล้านบาท บนแพลตฟอร์ม ณ วันที่ 30 มกราคม 2569 ซึ่งยังสามารถทยอยขายทองคำดังกล่าวได้โดยไม่ถูกจำกัดวงเงิน และไม่มีกำหนดระยะเวลา

โดยภาพรวม มาตรการนี้สะท้อนแนวทางเชิงนโยบายของธนาคารกลางที่มุ่งเพิ่มความเข้มงวดและมาตรฐานของตลาดทองคำออนไลน์ โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง พร้อมทั้งจำกัดความเสี่ยงเชิงระบบจากธุรกรรมมูลค่าสูงที่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ยังคงเปิดโอกาสให้การซื้อขายทองคำเพื่อการลงทุนและการบริหารความเสี่ยงดำเนินต่อไปได้ ภายใต้กรอบที่มีความโปร่งใสและเสถียรภาพมากขึ้น

  • บทบาทของการซื้อขายทองคำต่อเสถียรภาพตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

- การขยายตัวของแพลตฟอร์มซื้อขายทองคำออนไลน์ โดยเฉพาะธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง และมีการชำระราคาเป็นเงินบาท ทำให้กิจกรรมในตลาดทองคำมีผลต่อพลวัตของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรงมากขึ้น ภายใต้สภาวะที่ราคาทองคำโลก และกระแสเงินทุนระยะสั้นมีความผันผวน ธุรกรรมทองคำขนาดใหญ่สามารถสร้างแรงกดดันต่ออุปสงค์และอุปทานของเงินบาทในช่วงเวลาสั้น ๆ และเพิ่มความผันผวนของค่าเงินผ่านแรงซื้อ-ขายในตลาด

- จากมุมมองด้านเสถียรภาพระบบการเงิน การซื้อขายทองคำ จึงมิได้จำกัดบทบาทอยู่เพียงในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ หากแต่มีบทบาทมากขึ้นในฐานะช่องทางการส่งผ่านความผันผวน (spillover channel) ไปยังตลาดเงินและตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

  • การออกแบบนโยบาย: การกำกับ "ขนาดธุรกรรม" ควบคู่กับ "ความโปร่งใส"

สาระสำคัญของมาตรการอยู่ที่การกำกับดูแลใน 2 มิติหลัก ได้แก่

(1) การควบคุมธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง เพื่อลดความเสี่ยงจากธุรกรรมขนาดใหญ่ที่อาจก่อให้เกิดแรงกระแทกต่ออัตราแลกเปลี่ยนในระยะสั้น

(2) การยกระดับความโปร่งใสและมาตรฐานการซื้อขาย ผ่านการกำหนดให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเปิดเผยข้อมูลด้านราคา ปริมาณการซื้อขาย และกลไกการกำหนดราคาอย่างชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

แนวทางดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่า ธปท. มิได้มีเป้าหมายในการจำกัดการเข้าถึงตลาดทองคำของผู้ลงทุนทั่วไป หากแต่ต้องการลดความเสี่ยงเชิงระบบที่เกิดจากการขยายตัวของธุรกรรมขนาดใหญ่ และความไม่สม่ำเสมอของมาตรฐานความโปร่งใสในตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

  • ผลกระทบต่อค่าเงินบาทและตลาดการเงิน

มาตรการนี้ ช่วยจำกัดผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

(1) ลดความผันผวนของค่าเงินบาทที่เกิดจากธุรกรรมทองคำขนาดใหญ่ในระยะสั้น

(2) จำกัดแรงเก็งกำไรที่อาจขยายผลผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์

(3) เสริมประสิทธิภาพในการกำกับดูแลสภาพคล่อง และเสถียรภาพของตลาดเงินโดยรวม

ในระยะสั้น ปริมาณการซื้อขายทองคำบนบางแพลตฟอร์มอาจชะลอลง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง อย่างไรก็ดี ในระยะกลาง ตลาดทองคำมีแนวโน้มปรับเข้าสู่โครงสร้างที่มีมาตรฐาน และความโปร่งใสมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อค่าเงินบาท และเสถียรภาพของระบบการเงินโดยรวม

  • นัยเชิงนโยบาย

มาตรการกำกับดูแลการซื้อขายทองคำออนไลน์ครั้งนี้ สะท้อนกรอบคิดของธนาคารกลาง ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลเสถียรภาพของระบบการเงินโดยรวม ควบคู่ไปกับการรักษาพื้นที่นโยบายการเงิน ภายใต้บริบทที่ความผันผวนของราคาสินทรัพย์ และอัตราแลกเปลี่ยนยังอยู่ในระดับสูง โดยเลือกใช้การกำกับดูแลเชิงโครงสร้างเป็นเครื่องมือหลัก มากกว่าการส่งสัญญาณผ่านการปรับอัตราดอกเบี้นโยบาย

สำนักวิจัยฯ มองว่า กระบวนการหรือกลไกที่ทำให้มาตรการกำกับดูแลการซื้อขายทองคำออนไลน์ที่ชำระเป็นเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สามารถช่วยดูแลค่าเงินบาท มีความเชื่อมโยงจากหลายปัจจัย ทั้งด้านความต้องการเงินตราต่างประเทศ สภาพคล่องในตลาดทุน และพฤติกรรมของนักลงทุน โดยมาตรการดังกล่าวช่วยลดความจำเป็นในการแปลงเงินบาทเป็นสกุลต่างประเทศเพื่อซื้อทองคำ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ผู้เล่นบางส่วนทำธุรกรรมทองคำออนไลน์โดยอ้างอิงราคาต่างประเทศ ทำให้ต้องแปลงเงินบาทเป็นดอลลาร์สหรัฐ (USD) เพื่อชำระราคา ส่งผลให้เกิดอุปสงค์ต่อเงินดอลลาร์สูงขึ้น และกดดันให้เงินบาทอ่อนค่า

และเมื่อมีการกำกับให้ธุรกรรมบนแพลตฟอร์มซื้อขายทองคำที่ชำระราคาเป็นเงินบาทดำเนินภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกัน จะทำให้ความต้องการซื้อ USD ลดลง ส่งผลให้แรงกดดันต่อเงินบาทลดลงตามไปด้วย และช่วยให้เงินบาทมีเสถียรภาพเพิ่มขึ้น เนื่องจากการไหลออกของเงินบาทเพื่อแลกเป็นเงินตราต่างประเทศลดลง

ในขณะเดียวกัน การซื้อขายทองคำออนไลน์มีปริมาณสูงมาก โดยนักลงทุนบางรายมีมูลค่าธุรกรรมระดับหลายร้อยล้านบาท ดังนั้น เมื่อผู้เล่นรายใหญ่ดำเนินการทำ hedging หรือ speculation ก็อาจก่อให้เกิดการไหลเข้า-ออกของเงิน USD ในปริมาณมากและรวดเร็ว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการเคลื่อนย้ายเงินทุน (capital flow) ที่อาจสร้างความผันผวนให้ค่าเงินบาท มาตรการกำกับของ ธปท. จึงช่วยลดความผันผวนลักษณะนี้ได้ นอกจากนี้ ราคาทองคำเชื่อมโยงกับค่าเงินดอลลาร์โดยตรง ทำให้นักลงทุนบางส่วนใช้ทองคำเป็นช่องทางอ้อมในการเก็งกำไรค่าเงิน การมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด และโปร่งใสมากขึ้น จะช่วยลดโอกาสการเก็งกำไรดังกล่าว และสุดท้ายช่วยให้ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพมากขึ้นในภาพรวม

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวสามารถสรุปได้ว่า

- ลดความต้องการซื้อดอลลาร์ในธุรกรรมทองคำ : ลดการแปลงเงินบาทเป็น USD เพื่อซื้อทองคำ ทำให้แรงกดดันต่อค่าเงินบาทลดลง

- ลดความผันผวนจากธุรกรรมทองคำขนาดใหญ่ : ช่วยชะลอการไหลเข้า-ออกของเงิน USD จากธุรกรรม hedging และ speculation

- เพิ่มความโปร่งใสและลดความเสี่ยงของระบบ : การกำกับดูแลที่ชัดเจน ช่วยลดความเสี่ยงเชิงระบบ และลดแรงเก็งกำไรในตลาดเงิน

- ลดการเก็งกำไรค่าเงินผ่านตลาดทองคำ : ลดการใช้ทองคำเป็นช่องทางอ้อมในการทำกำไรจากความผันผวนของค่าเงิน

- ประสิทธิผลของมาตรการ จะขึ้นนอยู่กับการปรับตัวของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม และพฤติกรรมของผู้ลงทุนรายใหญ่เป็นสำคัญ หากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงอยู่ในระดับสูง หรือพบว่าธุรกรรมทองคำขนาดใหญ่ยังคงสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญ อาจเห็นการปรับเพิ่มความเข้มงวดของกรอบกำกับดูแลเพิ่มเติมในระยะต่อไป


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ