ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 30.94/95 แข็งค่าต่อเนื่อง รับเม็ดเงินไหลเข้า-ราคาทองหนุน

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday February 12, 2026 18:01 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 30.94/95 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงเช้า เปิดตลาดที่ระดับ 31.02 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 30.90 - 31.10 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน โดยปัจจัยเงินบาทมาจากราคาทองคำ ประกอบกับมี เงินไหลเข้าตั้งแต่ช่วงหลังการเลือกตั้ง ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่า

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามคืนนี้ คือจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 30.90 - 31.10 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 152.85/89 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 152.85/86 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1884/1889 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1878/1881 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ 1,441.53 จุด เพิ่มขึ้น 29.83 จุด (+2.11%) มูลค่าซื้อขาย 78,412.29 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 10,555.69 ล้านบาท
  • โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวระบุว่า พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคใหม่ และพรรคเศรษฐกิจ ทั้ง 3 พรรคพร้อมสนับ
สนุนนายอนุทิน ชาญวีรกุล ในการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของไทย
  • นายกรัฐมนตรี แสดงความเชื่อมั่นต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยภายหลังการเลือกตั้ง โดยปฏิเสธกรณีสื่อต่างชาติมองไทย
เป็น "คนป่วยแห่งเอเชีย" ชี้เป็นเพียงภาพสะท้อนจากรัฐบาลในอดีต พร้อมยันรัฐบาลปัจจุบันเน้นการรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่ง
ครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน
  • ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนม.ค. 69 อยู่
ที่ระดับ 52.8 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนธ.ค. 68 เป็นผลจากสถานการณ์สู้รบระหว่างไทย-กัมพูชาได้ยุติลง ประกอบกับรัฐบาลประกาศยุบสภา
เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเดือนก.พ. จึงทำให้บรรยากาศการหาเสียงทั่วประเทศในช่วงเดือน
ม.ค.เป็นไปอย่างคึกคัก
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า แม้กระแสเงินทุนต่างชาติในช่วง 3 เดือนก่อนการเลือกตั้งของไทยทั้ง 4 รอบ (ในปี 54
ปี 62 ปี 66 และปี 69) อาจสะท้อนมุมมองบางส่วนที่มีต่อปัจจัยการเมือง แต่คงต้องยอมรับว่า บริบทของตลาดการเงิน เศรษฐกิจไทย-
โลก รวมถึงทิศทางดอกเบี้ยไทยและสหรัฐฯ ที่มีความแตกต่างกันในแต่ละช่วง ก็มีผลต่อการกระจายพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติด้วย
เช่นกัน ซึ่งจุดที่แตกต่างอย่างชัดเจน คือช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 69 ที่ต่างชาติกลับเข้าซื้อสุทธิพร้อมกันทั้งตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทย
  • หัวหน้านักวิเคราะห์ GCAP GOLD เปิดเผยว่าราคาทองคำสัปดาห์นี้ได้รับแรงหนุนสำคัญจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังร้อน
แรง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 25% ต่อประเทศที่มีความสัมพันธ์ทาง
เศรษฐกิจกับอิหร่าน โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงการยกระดับแรงกดดันเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ถึงแม้ว่าจะยังมีการเจรจา
นิวเคลียร์ผ่านตัวกลางอย่างประเทศโอมานก็ตาม ส่งผลให้ตลาดประเมินว่าเสถียรภาพในตะวันออกกลางจะยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่ง
เป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ
  • สมาคมผู้ค้าปลีกไทย แสดงความคาดหวังต่อเสถียรภาพทางการเมือง และการเร่งจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อบริหารประเทศได้
อย่างต่อเนื่องจนครบวาระ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างจริงจัง โดยได้นำเสนอชุดนโยบายสำคัญ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยใน
ระยะเร่งด่วน ภายใต้แนวคิด "ช้อปคุ้ม-เที่ยวปัง-ลงทุนท้องถิ่น-SMEs แข็งแรง-แรงงานมีทักษะ-แข่งขันอย่างเท่าเทียม" เพื่อส่งเสริมการ
ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และผลักดันประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน
  • นักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากเตรียมเดินทางไปต่างประเทศในช่วงหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน โดยในปี 69 จะหยุดยาวถึง
9 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. ขณะที่ไทย รัสเซีย ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สวนทางกับญี่ปุ่นซึ่งได้รับความ
นิยมลดลงด้วยเหตุผลทางการเมือง
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงติดตาสถานการณ์
ในตลาดปริวรรตเงินตราด้วย "ความระมัดระวังอย่างยิ่ง" หลังจากที่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวผันผวนเมื่อเทียบกับเงินเยน ภาย
หลังการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ
  • กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพุธ (11 ก.พ.) ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ขาดดุลงบประมาณ 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์

ในเดือนม.ค. ลดลง 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือลดลง 26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้ ซึ่งรวมถึงรายได้ภาษีศุลกากร

ขยายตัวแซงหน้าการเติบโตของรายจ่าย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ