พาณิชย์-สภาพัฒน์ จับตาค่าเงินบาท-ศักยภาพแข่งขัน หลังสหรัฐฯใช้มาตรการภาษีรอบใหม่

ข่าวเศรษฐกิจ Monday February 23, 2026 13:14 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่ล่าสุดประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศจะปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศทั่วโลก เป็น 15% โดยให้มีผลทันที และเป็นมาตรการชั่วคราว 150 วัน หลังจากที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำตัดสินให้ยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) เพราะถือเป็นการใช้อำนาจประธานาธิบดีเกินขอบเขตกฎหมาย ว่า การประกาศเก็บอัตราภาษีดังกล่าว จะทำให้ต้นทุนของผู้นำเข้าสินค้าในสหรัฐฯ ลดลง และส่งผลต่อราคาสินค้านำเข้าที่ปลายทางลดลงตาม ซึ่งกรณีนี้จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อของผู้บริโภคในสหรัฐฯ มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอาหาร

"แต่สิ่งที่ต้องพึงระวัง คือ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ positive 100% เพราะประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ที่เป็นประเทศคู่แข่งของไทย ที่เมื่อก่อนโดนภาษีสูง แต่เมื่ออัตราภาษีถูกปรับลงมาเหลือ 15% หรือ 10% ศักยภาพของไทยก็จะต้องไปสู้กับประเทศที่อัตราภาษีลดลงมา ปัจจัยสำคัญ คือ ค่าเงินบาท ที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง" นายนันทพงษ์ กล่าว

ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์เอง จะยังมีการเจรจากับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเรื่องของปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ก็ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และดูแลรักษาผลประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการส่งออกของไทย ที่อาจจะได้รับผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ จะยังคงเร่งเดินหน้าขยายตลาดส่งออกใหม่เพิ่มเติม และพัฒนาสินค้าส่งออกให้มีมูลค่าเพิ่มสูง รวมถึงพัฒนาศักยภาพของผู้ส่งออกควบคู่กันไปด้วย

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ในการเจรจากับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องนั้น เพื่อจะพิจารณาว่าสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะใช้มาตรการทางการค้าอื่นกับไทยหรือไม่ โดยเฉพาะในประเด็นที่ไทยยังคงเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในมูลค่าที่สูง ซึ่งไทยจะต้องวางแนวทางการเจรจา เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ส่งออกของไทยมากที่สุด เพราะอาจมีความเป็นไปได้ว่าสหรัฐฯ จะนำประเด็นนี้มาใช้กับไทย

"เรื่องดุลการค้า เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพึงระวัง เพราะสหรัฐฯ ยังขาดดุลการค้ากับไทยเยอะอยู่ และเป็นตัวแปรตัวหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นมาตรการที่สหรัฐฯ จะนำมาใช้เพื่อขึ้นภาษี ซึ่งมีความเป็นไปได้" ผู้อำนวยการ สนค. กล่าว

ด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กล่าวว่า การส่งออกไปสหรัฐฯ ขณะนี้บริบทยังไม่น่าจะเปลี่ยน เพราะเรื่องนี้เพิ่งเริ่ม ต้องดูว่า กระทบกับส่งออกอย่างไรบ้าง ที่เหลือเป็นความสามารถผู้ส่งออก และคงต้องดูเป็นรายสินค้าว่าจะกระทบอะไรบ้าง

"เรื่องนี้เพิ่งเกิด พัฒนาการเร็วมาก เป็น 15% การส่งออกขึ้นอยุ่กับความสามารถในการเจรจา เรามองภาพส่งออกไปได้อยู่ ประเด็นเป็นไปตามเป้าหรือไม่ สหรัฐฯ มีเครื่องมือ 2-3 ตัว เครื่องมือนี้เป็นช่วงสั้น 150 วัน ต้องติดตามใกล้ชิด ออกมาตรการภาษีเพิ่มเติมหรือไม่ ข้อดีทุกประเทศ 15% เท่ากันหมด เพียง 150 วัน ต้องดูอีกสักนิด กระทบอย่างไร ต้องดูว่าอะไรเกิดขึ้นบ้างกับภาคส่งออก" นายดนุชา กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ