นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 31.04/05 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดเย็น วานนี้ที่ 31.03 บาท/ดอลลาร์
เช้านี้เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ทรงตัวจากท้ายตลาด หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ออกมาส่งสัญญาณชะลอลดดอกเบี้ย แต่ก็ไม่ได้ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าแต่อย่างใด และยังทรงตัว
สำหรับปัจจัยในประเทศวันนี้ รอติดตามผลประชุมมติดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งตลาดคาดการณ์ ว่าจะยังคงดอกเบี้ย น่าจะรอประเมินภาพเศรษฐกิจก่อน ประกอบกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เองก็ยังไม่ลดดอกเบี้ย ดังนั้น มองว่า กนง. น่าจะเก็บกระสุนไว้ก่อน อย่างไรก็ดี คาดว่าตลาดได้รับรู้ประเด็นนี้ไปล่วงหน้าแล้ว จึงไม่น่ามีผลต่อเงินบาทมากนัก
ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ต้องจับตา คือการแถลงนโยบายจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ
นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 30.90 - 31.20 บาท/ดอลลาร์
SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 31.0350 บาท/ดอลลาร์
- ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยน อยู่ที่ระดับ 155.76/77 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 155.84 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1778/1779 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1780 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท. อยู่ที่ระดับ 31.070 บาท/ดอลลาร์
- คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายนัดแรกของปีนี้ โดยรอบนี้นักวิเคราะห์เชื่อยัง
- นักเศรษฐศาสตร์ ชี้แรงส่งเศรษฐกิจไทยดีกว่าคาด-มีแรงหนุนจากส่งออก-ลงทุน ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย
- ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย วิเคราะห์ว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คาดว่า จะมี
- "แบงก์ชาติ" ลุยสกัดธุรกรรมสีเทา ไม่เกินกลาง มี.ค. คลอดเกณฑ์ใหม่ บังคับถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาท ต้องแจงวัตถุ
- ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาชิคาโก กล่าวว่า เฟดยังไม่ควรปรับลดอัตราดอกเบี้ย จนกว่าจะมีหลักฐาน
- ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (24 ก.
- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (24 ก.พ.) โดยถูกกดดันจากการที่นักลงทุนเทขายทำกำไรและจากการแข็ง
- นักลงทุนจับตาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ครั้งสำคัญต่อ