ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.04/05 ทรงตัวจากช่วงเช้า ตลาดไร้ปัจจัยใหม่ คาดกรอบต้นสัปดาห์หน้า 31.00-31.20

ข่าวเศรษฐกิจ Friday February 27, 2026 17:38 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 31.04/05 บาท/ดอลลาร์ จากเปิด ตลาดช่วงเช้าที่ระดับ 31.10 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.00-31.14 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคค่อนข้างทรงตัว ระหว่างวันยังไม่มีปัจจัยใหม่

สำหรับคืนนี้ตลาดรอติดตามดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ

นักบริหารเงิน คาดว่า วันจันทร์เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.00 - 31.20 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 156.10/15 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 155.95 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1803/1806 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1790 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,528.26 จุด ลดลง 5.38 จุด (-0.35%) มูลค่าการซื้อขาย 104,314.15 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 990.36 ล้านบาท
  • ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือน ม.ค.
ขยายตัวจากเดือนก่อน ตามการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหมวดอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ประกอบกับหมวด
อัญมณีและเครื่องประดับ รวมทั้งหมวดปิโตรเลียมปรับเพิ่มขึ้น จากปัจจัยเฉพาะของบางบริษัทที่คาดว่าเร่งขึ้นชั่วคราว ภาคท่องเที่ยวปรับดีขึ้น
จากทั้งจำนวน และรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
  • บีโอไอ จับมือ หอการค้าไทย ผลักดัน 5 วาระสำคัญ เดินหน้ายกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ให้ปรับตัวและแข่งขันได้ใน
บริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทั้งจากความผันผวนของมาตรการทางการค้า ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการแข่งขันด้าน
เทคโนโลยี โดยมุ่งเชื่อมโยง SMEs ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และสร้างความเข้มแข็งให้
เศรษฐกิจไทยในระยะยาว
  • กระทรวงพาณิชย์ กางแผนเชิงรุกรับมือการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ มุ่งเปลี่ยนความท้าทายเป็นโอกาสทางการค้า ชูความ
สำเร็จการส่งออกที่ยังเป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยสัดส่วนต่อ GDP สูงถึง 71.2% พร้อมเร่งเครื่องใช้ประโยชน์จาก FTA
และนวัตกรรมนำหน้ามาตรการกีดกันทางการค้า เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
  • ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศมาตรการในวันนี้ เพื่อลดความร้อนแรงของเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้น โดยปรับลดอัตราการ
กันสำรองความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับธุรกรรมซื้อเงินตราต่างประเทศผ่านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าลงจาก
20% เหลือ 0% ซึ่งเอื้อต่อการเข้าซื้อดอลลาร์มากขึ้น และจะมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. นี้ เป็นต้นไป
  • เงินเฟ้อพื้นฐานของกรุงโตเกียวชะลอตัวลงในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี โดยอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ระดับ 2% ของ
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เป็นครั้งแรกในรอบ 16 เดือน ซึ่งอาจเพิ่มความขัดแย้งระหว่าง BOJ และรัฐบาลญี่ปุ่นเกี่ยวกับแนวทางการปรับ
ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ