ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.49 ระหว่างวันอ่อนค่าในรอบ 1 เดือน ก่อนกลับมาแข็งค่า เกาะติดสถานการณ์สู้รบตอ.กลาง

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday March 4, 2026 17:32 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 31.49 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจาก เปิดตลาดช่วงเช้าที่ระดับ 31.64 บาท/ดอลลาร์

โดยระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.46 - 31.78 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งที่ระดับ 31.78 บาท/ดอลลาร์นี้ เป็นการ อ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 1 เดือน ทั้งนี้ เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวตามทิศทางเดียวกับสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาค เนื่องจากความกังวลว่า สงครามในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อ ส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งสูง

"หากสงครามยังยืดเยื้อต่อ และไม่เห็นสัญญาณการใกล้สิ้นสุด ดอลลาร์ก็จะยิ่งแข็งค่าต่อ และแนวโน้มเงินบาทก็จะอ่อนค่าไปได้ อีก" นักบริหารเงินระบุ

คืนนี้ ตลาดรอดูรายงานข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ รวมทั้งดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนก.พ. และยังคงเกาะติดสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐฯ+อิสราเอล กับอิหร่าน

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.40 - 31.70 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 157.13 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 157.68 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1620 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1590 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ 1,384.61 จุด ลดลง 81.90 จุด (-5.58%) มูลค่าซื้อขาย 159,372.02 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,053.30 ล้านบาท
  • วงเสวนานักเศรษฐศาสตร์แถวหน้า เตือนไทยเข้าสู่จุดคับขันที่สุดในรอบหลายสิบปี ดัชนี SET ร่วงแรงแค่ "การซ้อมภัย"
ก่อนเผชิญมรสุมระเบียบโลกใหม่ (New World Order) บีบไทยเลือกข้าง โลกเข้าสู่จุดเปลี่ยนใหญ่ผ่านความผันผวน 4 ระลอก ชี้จุดตาย
เศรษฐกิจไทยจากโครงสร้างรัฐ "ใหญ่แต่ประสิทธิภาพต่ำ" ถดถอยต่อเนื่องกว่า 10 ปี แนะไทยเร่งปรับสมดุลนโยบายการคลัง หลังหนี้
สาธารณะจ่อติดเพดาน และเลิกพึ่งพาอุตสาหกรรมเก่า
  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับนิยามผู้ลงทุนสถาบัน
และคุณสมบัติด้านฐานะการเงินในส่วนของเงินลงทุน เพื่อให้นิยามผู้ลงทุนสถาบันมีความครอบคลุม เหมาะสมยิ่งขึ้น และสะท้อนฐานะการเงิน
ของผู้ลงทุนได้อย่างแท้จริง โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.69 เป็นต้นไป
  • เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน กับสหรัฐ
อเมริกา และอิสราเอล โดยกล่าวหาว่าทั้ง 2 ประเทศ กระทำการรุกรานอย่างต่อเนื่องต่ออิหร่าน และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
อย่างร้ายแรง พร้อมเรียกร้องให้สหประชาชาติ ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อยุติความรุนแรง และนำผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการ
ยุติธรรม
  • หน่วยข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาประเมินว่า อิหร่านและกลุ่มตัวแทนของอิหร่าน อาจพุ่งเป้าโจมตีสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ที่
สหรัฐฯ และอิสราเอลใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านจนเป็นเหตุให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต
เมื่อวันที่ 28 ก.พ.69
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ จะจัดหาการประกันภัย และส่งกองเรือรบไปคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่น
ผ่านภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ในขณะที่ความขัดแย้ง ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลใช้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านร่วมกันนั้น ได้
ลุกลามไปทั่วตะวันออกกลาง และมีความเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจโลกหยุดชะงัก
  • โฆษกสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) ชุดที่ 14 ของจีน แถลงเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่าน ว่า จีนเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติ
การทางทหารในทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ความตึงเครียดบานปลาย และหวนคืนสู่โต๊ะเจรจา เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและเสถียรภาพใน
ภูมิภาคตะวันออกกลาง
  • ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แถลงว่า จะจับตาผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการพุ่งขึ้นของ
ราคาน้ำมัน ที่มีต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด พร้อมกับย้ำว่า BOJ จะยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไป เว้นแต่ว่าเงินเฟ้อ และ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจ จะมีการเคลื่อนไหวที่ผิดไปจากความคาดหมาย
  • นักวิเคราะห์จาก "โนมูระ" ระบุว่า หากการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อออกไป ประเทศในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะไทย
อินเดีย เกาหลี และฟิลิปปินส์ ถือเป็นกลุ่มประเทศที่เปราะบางที่สุด เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันใน
ระดับสูง ขณะที่มาเลเซียจะเป็นประเทศที่ได้ประโยชน์ เนื่องจากเป็นผู้ส่งออกพลังงาน
  • ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในคืนนี้ ได้แก่ ADP รายงานตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนราย

สัปดาห์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนก.พ., ดัชนีภาคบริการเดือนก.พ. จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน

(ISM) และ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ