ผู้ว่าธปท.คาดตอ.กลางเดือด กด GDP 0.1-0.2% พร้อมเรียกประชุมกนง.นัดพิเศษ หากจำเป็น

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday March 4, 2026 17:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ต่อเหตุสงครามในตะวันออกกลาง เพราะสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ต้องรอดูว่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไร และขนาดไหน

"ไทยเป็นประเทศนำเข้าน้ำมัน ซึ่งอาจจะกระทบต่อ GDP เล็กน้อย เบื้องต้นประเมินว่าจะมีผลกระทบต่อ GDP ประมาณ 0.1-0.2% แต่สิ่งที่จะกระทบมากกว่า คือ เงินเฟ้อ เพราะราคาพลังงานมีสัดส่วนการคำนวณในตระกร้าเงินเฟ้อประมาณ 13% แต่ปัจจุบัน เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ทั้งปีคาดอยู่ที่ 0.2-0.3%" ผู้ว่าการ ธปท.ระบุ

สำหรับมาตรการรองรับสถานการณ์ดังกล่าวนั้น ถือว่าเป็นความโชคดีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายล่วงหน้าไปแล้วในการประชุมเมื่อวันที่ 25 ก.พ.69 ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงที่คาดการณ์ไว้บ้างแล้ว จากความเสี่ยงปีก่อนที่มีการสู้รบ 12 วัน

อย่างไรก็ดี หากสงครามมีความรุนแรงและยืดเยื้อ ธปท.พร้อมปรับมาตรการต่าง ๆ ออกมาใช้เพื่อรองรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น หรือหากมีความจำเป็น ก็สามารถเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) นัดพิเศษได้

"วันนี้ต้องดูว่าสถานการณ์จะลากยาว และกินระยะเวลาแค่ไหน เชื่อว่าภาครัฐได้เตรียมมาตรการไว้ ส่วน ธปท.พร้อมจะออกมาตรการหากสถานการณ์รุนแรง ส่วนภาคธนาคารพาณิชย์ เชื่อว่าธนาคารเองก็มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ส่วนโอกาสที่ราคาน้ำมันจะไป 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนั้น คงต้องดูสถานการณ์ว่าจะจบเร็วแค่ไหน" ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว

พร้อมระบุว่า หากพิจารณาในแง่เสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคของไทย ถือว่ามีความแข็งแกร่งมาก และมีกันชน (Buffer) ที่ดีรองรับและช่วยในการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวน และการเคลื่อนย้ายเงินทุน โดยประเทศไทยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับหนี้ต่างประเทศ ส่วนปริมาณสำรองน้ำมันนั้น แม้จะมีการสำรองน้ำมันไว้ใช้ได้ประมาณ 60 วัน แต่ไทยยังสามารถหาจากแหล่งอื่นได้เพิ่มเติม


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ