นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษกกกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ. วันที่ 4 มี.ค. 69 ได้มีการประเมินสถานการณ์และผลกระทบจากความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลาง เพื่อวางแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงและรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ โดยมีมติเห็นชอบปรับแผนการจัดหา Spot LNG เพิ่มเติมจำนวน 3 เที่ยวเรือ มีกำหนดส่งมอบในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย. 69
"ภายหลัง กกพ. ได้หารือร่วมกับชิปเปอร์เกี่ยวกับการจัดหา LNG เพิ่มเติม พบว่า แหล่งก๊าซบางส่วนอยู่ในพื้นที่เสี่ยงและเส้นทางขนส่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะมี LNG เพียงพอสำหรับการผลิตไฟฟ้า สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ รวมทั้งสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการแสวงหาแหล่ง LNG เพิ่มเติมหรือทดแทนแหล่งเดิมในพื้นที่เสี่ยง กกพ. จึงได้มอบหมายให้ชิปเปอร์ดำเนินการจัดหา LNG เพิ่มเติมให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ" นายพูลพัฒน์ กล่าวทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามอำนาจของ กกพ. ตามมาตรา 57 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ในกรณีเกิดการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติเป็นครั้งคราว เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงของประเทศ โดยให้อำนาจคณะกรรมการสั่งการให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นผู้จัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ ดำเนินการเจรจากับผู้ขายก๊าซธรรมชาติ เพื่อหาแนวทางเพิ่มปริมาณการผลิตและการจัดหา พร้อมรายงานผลต่อคณะกรรมการ
สำนักงาน กกพ. จะติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานโลกและการจัดหา LNG อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบพลังงานของประเทศสามารถรองรับความต้องการใช้พลังงานได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง รวมทั้งกำกับดูแลกระบวนการจัดหา LNG และราคาพลังงานให้เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ผ่านแนวทางง่าย ๆ 5 ป. ได้แก่
1. ปลด หรือถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อเลิกใช้งาน
2. ปิด ไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
3. ปรับ อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศาเซลเซียส
4. เปลี่ยน มาใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5
5. ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อลดอุณหภูมิภายในบ้าน