น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างเอกสารแสดงความยินยอมที่จะต่ออายุบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการลงทุนในธุรกิจต้นน้ำของก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ระหว่างไทย-ญี่ปุ่น และข้อริเริ่มความร่วมมือด้านถังเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว ระหว่างกระทรวงพลังงานของไทย กับกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมแห่งญี่ปุ่น ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ
พร้อมกันนี้ ครม. อนุมัติให้ รมว.พลังงาน หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ เป็นผู้ลงนามในเอกสารดังกล่าว ซึ่งมีกำหนดลงนามระหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรี และภาคธุรกิจด้านความมั่นคงพลังงานอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Energy Security Ministerial and Business Forum: IPEM) ระหว่างวันที่ 14-15 มี.ค. 69 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า บันทึกความร่วมมือฉบับเดิม ไทยและญี่ปุ่นได้ร่วมลงนามเมื่อวันที่ 16 พ.ย. 65 โดยมีเป้าหมายเพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือด้านการลงทุนในธุรกิจต้นน้ำของก๊าซธรรมชาติเหลว และความร่วมมือด้านถังเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของทั้ง 2 ประเทศ ก่อนจะครบกำหนดอายุลงเมื่อวันที่ 16 พ.ย. 68
ดังนั้น การเห็นชอบครั้งนี้ จึงเป็นการต่ออายุบันทึกความร่วมมือดังกล่าวออกไปอีก 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. 68 จนถึงวันที่ 15 พ.ย. 71 และจะต่ออายุโดยอัตโนมัติทุก ๆ 3 ปี เว้นแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือนว่าไม่ประสงค์จะต่ออายุ
"การต่ออายุความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยให้ไทยและญี่ปุ่น สามารถเดินหน้าความร่วมมือด้านก๊าซธรรมชาติเหลวได้อย่างต่อเนื่อง อันจะเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ รวมทั้งช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่าง 2 ประเทศ ให้แน่นแฟ้นและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำคัญ ที่ประเทศไทยจะได้แสวงหา และต่อยอดความร่วมมือกับนานาประเทศ ในการพัฒนาภาคพลังงานของไทยให้มีความมั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว" น.ส.ลลิดา ระบุทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ควบคู่กับการขยายความร่วมมือกับประเทศคู่ค้า และพันธมิตรสำคัญ เพื่อรองรับความผันผวนของตลาดพลังงานโลก และเสริมความพร้อมของไทยในระยะยาว