นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงภาวะราคาสินค้าและผลกระทบทางเศรษฐกิจของไทย จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ว่า เรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ ราคาพลังงาน เพราะเป็นตัวชี้วัดราคาสินค้าทั้งอุปโภคและบริโภค ซึ่งรัฐบาลมีศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานงานกันกับหลายกระทรวง เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจว่าจะมีนโยบายหรือมีมาตรการปกป้องดูแลประชาชนได้ พร้อมกับยืนยันว่า หากสงครามมีความยืดเยื้อจะมีการออกมาตรการเพิ่มเติม เพราะมีการประเมินสถานการณ์วันต่อวันอยู่แล้ว
ทั้งนี้ ขอเพียงให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวที่เป็นทางการอย่างใกล้ชิดทุกวัน แต่ไม่ต้องตื่นตระหนก อย่างไรก็ดี ปัญหาพลังงานยังมีความไม่แน่นอน จึงขอความร่วมมือให้ช่วยกันประหยัดพลังงานจะเป็นการดีที่สุด
อย่างไรก็ดี ในเรื่องของพลังงาน จะมีการปรับการใช้ไบโอดีเซล ด้วยการปรับสูตรส่วนผสมด้วยการเพิ่มการใช้ปาล์มน้ำมัน และการทบทวนการใช้มันสำปะหลัง อ้อย และมีเอทานอลผสมกับเบนซินมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำเท่าที่จะทำได้
"รัฐบาลมีการให้ข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ในเรื่องการสำรองน้ำมันที่อยู่ได้ 90 กว่าวัน รมว.พลังงาน ให้ข้อมูลว่ามีการหาแหล่งน้ำมันเพิ่มเติมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ไม่อยากให้กังวลจนเกินไป ขอให้ติดตามการแถลงข่าวของรัฐบาลทุกวัน ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ในการที่จะทำให้ทุกอย่างมีเสถียรภาพมากที่สุดในปัจจัยที่เราควบคุมได้" รมว.พาณิชย์ ระบุสำหรับมาตรการ Work from Home โดยเริ่มที่กลุ่มข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจก่อนนั้น นางศุภจี กล่าวว่า หากหน่วยงานไหนมีความพร้อมก็สามารถทำได้ทันที ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่านโยบาย Work from Home อาจเป็นการลดภาระของรัฐบาล แต่ไปเพิ่มภาระค่าไฟให้ประชาชนมากขึ้นหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า ถ้าประชาชนคิดว่าลำบากในเรื่องค่าใช้จ่าย การจะมาทำงานในที่ทำงานก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย อยู่ที่การมองเรื่องความสมดุลมากกว่า
"ใช้วิธีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถ้าลำบากก็ไม่มีความจำเป็น และไม่ใช่ทุกคนที่จะทำงานที่บ้านได้ เราต้องดูถึงความถูกต้อง และเหมาะสม ใครทำได้ก็ทำ ทุกคนต้องช่วยกัน" รมว.พาณิชย์ กล่าว