นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม กล่าวถึงผลการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่มีข้อสั่งการให้สถานีบริการน้ำมันปิดหลังเวลา 22.00 น. รวมถึงเรื่องป้ายไฟก็ยังไม่มี อาจเป็นความเข้าใจผิดหรือสื่อสารผิด เพราะทุกอย่างยังเป็นปกติ
นายพิพัฒน์ ย้ำว่า กระทรวงพลังงานยังสามารถหาพลังงานจากแหล่งอื่นมาทดแทนได้ เพราะฉะนั้น แม้ราคาน้ำมันจะลอยตัวไปอย่างไร ทางกระทรวงพลังงาน โดยเฉพาะบมจ.ปตท. (PTT) ได้รับคำยืนยันว่า แหล่งพลังงานแหล่งอื่นๆยังขายให้กับประเทศไทยเหมือนเดิม ยังไม่มีอะไรเป็นเหตุ ที่บอกให้งดจำหน่าย
ส่วนเรือส่งก๊าซ LNG อีก 3 ลำที่ออกมาจากการ์ตา ก็ได้รับคำยืนยันจากปตท.แล้วว่า สามารถหาทดแทนมาได้เรียบร้อย เพราะฉะนั้นก๊าซ LNG ไม่น่ามีปัญหา และในส่วนที่ซื้อจากมาเลเซียก็ได้ขอซื้อเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ ระบุว่า ได้ทราบข่าวมาว่า ทางสหรัฐฯจะไม่บอยคอตประเทศที่จะซื้อน้ำมันและแก๊สจากรัสเซีย ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศพยายามประสานซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียอีกส่วนหนึ่ง
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าอะไรที่เป็นสินค้าควบคุม ทางรัฐบาลจะพยายามควบคุมให้ได้ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่เราจะตรึงราคาไว้ 15 วัน ซึ่งยังไม่ครบเวลาที่กำหนด แต่เมื่อถึงเวลานายกฯ จะลงมานั่งหัวโต๊ะ เพื่อเจรจากันว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือ ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องขอความเป็นธรรมจากผู้ประกอบการว่า เวลาราคาพลังงานหรือราคาเชื้อเพลิงลดลง แต่ราคาสินค้าไม่ได้ลดลง แต่วันนี้ราคาพลังงานเริ่มจะไต่ขึ้นไป ก็ขอความกรุณาอย่าเพิ่งขึ้นหรือไต่ราคาขึ้นไป ขอให้หันหน้ามาคุยกับรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรี คงจะมีการตั้งทีมงาน โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ไปหารือกับผู้ประกอบการต่างๆ เพราะการขึ้นราคาทุกอย่างอยู่ในความดูแลของกระทรวงพาณิชย์ แต่สำหรับผู้ประกอบการบางส่วนที่อ้างว่า ราคาดีเซลอาจจะลอยตัวไปถึง 40 บาท ถ้าเป็นเช่นนั้นเราต้องมาคุยกัน และขอให้ผู้ประกอบการรวมกลุ่มมาเป็นสมาคมก็ได้ ทำหนังสือแจ้งมาและนายกรัฐมนตรี พร้อมที่จะมาร่วมปรึกษาหารือกับผู้ประกอบการทุกสาขา