นายสุรเกียรติ เคหะบุญศิริหรรษา Economists, Bnomics ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ระบุว่า ผลกระทบของความเสี่ยงการปิดช่องแคบฮอร์มุซจากสงครามอิหร่านในรอบนี้ ย่อมมีผลต่อภาคพลังงานไม่น้อยกว่าสงครามรัสเซียและยูเครนในปี 2022 ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตามสำคัญใหม่คือ ผลกระทบต่อภาคการเกษตรจะรุนแรงไหมจากเป็นแหล่งวัตถุดิบในการผลิตปุ๋ย รวมถึงผู้ผลิตก๊าซฮีเลียมใช้ในกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์
Bnomics โพสต์รายงานฉบับนี้ผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า วิกฤตน้ำมันจากสงครามอิหร่านเกิดขึ้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เทียบกับสงครามรัสเซียและยูเครนเกิดขึ้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ค่อยข้างชัดเจนว่าทั้งวิกฤตน้ำมันจากสงครามอิหร่านและสงครามรัสเซียและยูเครนมีความรุนแรงต่อตลาดพลังงาน โดยสงครามอิหร่านเพิ่มความเสี่ยงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้กระทบต่อการส่งออกพลังงาน และแร่ธาตุสำคัญ การปิดช่องแคบฮอร์มุซมาจากการประกันความเสี่ยงการขนส่งจากสงครามถูกยกเลิก หรือเจ้าของเรือปฏิเสธที่จะเดินเรือ มากกว่าการใช้กำลังทหารของอิหร่านในการควบคุมช่องแคบดังกล่าว
ผลกระทบต่อตลาดน้ำมันจากสงครามอิหร่านมีโอกาสรุนแรงกว่า โดยการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็น 25% ของการค้าน้ำมันทางทะเลทั่วโลก และประมาณ 80% ของการค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีจุดหมายปลายทางที่เอเชีย
ขณะที่สงครามรัสเซีย-ยูเครน รัสเซียส่งออกน้ำมันดิบประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และผลิตภัณฑ์น้ำมันประมาณ 3 ล้านบาร์เรลต่อวันก่อนสงคราม หรือเพียง 40% ของการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และในระยะสั้น รัสเซียมีข้อจำกัดในการส่งออกไปยังยุโรป เมื่อมีการคว่ำบาตร ทำให้รัสเซียทยอยเปลี่ยนการส่งออกไปยังเอเชีย ทำให้การขาดแคลนน้ำมันเป็นเพียงช่วงสั้นจากการปรับช่องการขนส่งจากยุโรปไปเอเชีย โดยความกังวลดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันเบรนท์สูงกว่า 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในต้นเดือนมีนาคม ก่อนที่จะลดลงเมื่อมีการปล่อยสต็อกน้ำมันเชิงกลยุทธ์และการปรับโครงสร้างการค้าใหม่
ด้านการปิดช่องแคบฮอร์มุซ IEA คาดว่า ท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และท่อส่งน้ำมันอื่นๆ สามารถเพิ่มกำลังการส่งน้ำมันได้ประมาณ 6-7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้ถ้าการปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบรุนแรง มีโอกาสกระทบการส่งออกน้ำมันให้หายไป 13-14 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ผลกระทบต่อตลาดก๊าซ ความรุนแรงของสงครามรัสเซียและยูเครนสูงกว่า มีก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านช่องแคบฮอร์มุซในปี 2025 กว่า 112 พันล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 20% ของการค้าของ LNG โลก ส่วนใหญ่เป็นของกาตาร์ โดยผู้ซื้อหลักคือประเทศในเอเชีย ขณะที่สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนส่งผลกระทบต่อการส่งออกก๊าซผ่านทางท่อของยุโรปเป็นหลัก ในปี 2021 สหภาพยุโรปนำเข้าก๊าซจากรัสเซียประมาณ 160 พันล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งคิดเป็นประมาณ 45% ของการนำเข้าก๊าซของสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตาม ผลของสงครามอิหร่าน ทำให้สหรัฐผ่อนคลายการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากรัสเซีย รวมถึงการขยายการลงทุนของ LNG โลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่มีสัดส่วนที่สูงในช่วง 5 ปีข้างหน้า ทำให้ผลกระทบของการขาดแคลนก๊าซจะไม่รุนแรงเท่ากับสงครามของรัสเซียและยูเครน แต่ผลกระทบของสงครามอิหร่านย่อมกระทบลำดับแรกต่อเอเชียเป็นหลัก
ผลต่อราคาสินค้าเกษตร ความรุนแรงของสงครามรัสเซียและยูเครนสูงกว่า รัสเซียและยูเครนเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรหลักทั้งข้าวสาลีประมาณ 30% ของการส่งออกทั่วโลก ข้าวโพดประมาณ 15% และน้ำมันดอกทานตะวันกว่าครึ่งหนึ่งของการส่งออกทั่วโลก ทำให้สงครามรัสเซียและยูเครนกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก และกระทบให้เงินเฟ้อจากราคาอาหารทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ขณะที่การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นการนำเข้าอาหารเป็นหลัก ทำให้โอกาสการปิดช่องแคบฮอร์มุซจะไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตสินค้าเกษตร อย่างไรก็ตาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นผู้ส่งออกกำมะถันรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยส่งออกประมาณ 18% ของการค้าทั่วโลก ซึ่งกำมะถันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการผลิตปุ๋ยฟอสเฟต และประเทศในตะวันออกกกลางเป็นผู้ส่งออกยูเรียรายใหญ่ของโลก โดยส่งออกหลักไปเอเชีย ทำให้ภาคการเกษตรมีความเสี่ยงจากราคาปุ๋ยที่อาจปรับเพิ่มขึ้นได้
ความเสี่ยงในกลุ่มเทคโนโลยีมาจากฮีเลียมของกาตาร์ ถ้าปิดช่องแคบฮอร์มุซ สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงในเซมิคอนดักเตอร์ ฮีเลียมใช้ในกระบวนการผลิตที่สำคัญในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ดังนั้น ความเสี่ยงการปิดช่องแคบฮอร์มุซมีโอกาสกระทบรุนแรง เนื่องจากกาตาร์ผลิตฮีเลียมได้ประมาณ 25% ของโลก การส่งออกฮีเลียมจะขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซในตู้คอนเทนเนอร์สำหรับแช่แข็ง โดยในระยะสั้นผู้ผลิตชิป เช่น TSMC มีการเก็บสต๊อกฮีเลียมไว้เพียงพอต่อการผลิต แต่ถ้าการปิดช่องแคบฮอร์มุซยาวนานขึ้น โอกาสทำให้เกิดการขาดแคลนฮีเลียมในระยะกลาง ถึงแม้ว่า สหรัฐและรัสเซียสามารถเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับการขาดแคลนการผลิตได้ แต่ต้องใช้เวลาในการพัฒนาโครงสร้างรองรับการส่งออกฮีเลียม