นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิต ได้มีข้อสั่งการด่วนไปยังหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ ให้เพิ่มความเข้มข้นในการควบคุม กำกับ และตรวจสอบน้ำมันเชื้อเพลิงทันที เพื่อขานรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ในการเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมเปิดปฏิบัติการเฝ้าระวังเชิงรุก เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออกการกักตุน และการกระทำผิดกฎหมายที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ
โดยกรมสรรพสามิตได้เร่งขับเคลื่อนมาตรการในเชิงปฏิบัติอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การกำกับดูแลน้ำมันเชื้อเพลิงเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
สำหรับมาตรการเร่งด่วนนั้น กรมสรรพสามิต ได้สั่งการให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศ เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ครอบคลุมคลังน้ำมัน โรงกลั่น ผู้ประกอบการขนส่งน้ำมัน และสถานีบริการน้ำมัน โดยเน้นการตรวจสอบการเคลื่อนย้ายน้ำมัน และคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างใกล้ชิด เพื่อลดช่องว่างการกระทำผิด และสกัดกั้นการนำน้ำมันออกนอกระบบ
นอกจากนี้ กรมสรรพสามิต ยังได้บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมธุรกิจพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขยายมาตรการเฝ้าระวังทางทะเล โดยประสานความร่วมมือกับกองทัพเรือไทย และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนส่งน้ำมันตามแนวชายฝั่ง และเส้นทางทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสำคัญ
ส่วนในด้านการตรวจสอบคุณภาพน้ำมันนั้น กรมสรรพสามิต ได้นำรถตรวจสอบคุณภาพน้ำมันเคลื่อนที่ (Mobile Lab) ลงปฏิบัติการในพื้นที่ เพื่อสุ่มตรวจคุณภาพน้ำมัน ณ จุดจำหน่าย และพื้นที่เฝ้าระวังแบบหน้างาน สามารถตรวจพิสูจน์ได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน ว่ามีการควบคุมมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเข้มงวด
"กรมสรรพสามิต จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการป้องกัน และสกัดกั้นการกระทำผิดตั้งแต่ต้นทาง เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ และปกป้องประชาชนจากการฉวยโอกาสในช่วงสถานการณ์พลังงานผันผวน" อธิบดีกรมสรรพสามิต ระบุ
โดยก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับมาตรการกำกับดูแลสถานการณ์พลังงานของประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งดำเนินมาตรการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออก การกักตุน และการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง
ขณะที่ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้กรมสรรพสามิต เร่งแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยยกระดับการเฝ้าระวัง และตรวจสอบเชิงรุกในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน