นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า จากกรณีที่มีรายงานว่าคลังน้ำมันหลักไม่ปล่อยน้ำมันออกจากคลัง จนอาจทำให้ไม่มีน้ำมันส่งต่อไปยังคลังภูมิภาคและสถานีบริการ ซึ่งอาจสร้างความกังวลต่อประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมันในประเทศนั้น
กรมธุรกิจพลังงาน ได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที โดยประสานสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง ณ คลังน้ำมันสำรอง จำนวน 53 แห่ง ทั่วประเทศ รวม 23 จังหวัด เพื่อตรวจสอบปริมาณน้ำมันใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ น้ำมันดิบ น้ำมันกลุ่มเบนซิน และน้ำมันดีเซล และประเมินสถานการณ์การจัดหาและการกระจายน้ำมันอย่างใกล้ชิด
กรมธุรกิจพลังงาน ยืนยันว่า ประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการใช้ในประเทศ และระบบการกระจายน้ำมันยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ พร้อมทั้งกำชับผู้ค้าน้ำมันให้บริหารจัดการสต็อกและการขนส่งน้ำมันอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสถานีบริการและประชาชน
ทั้งนี้ กรมธุรกิจพลังงานจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง และหากพบพฤติกรรมกักตุนหรือการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงาน จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมย้ำขอให้ประชาชนมั่นใจว่า น้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศยังมีเพียงพอ ยังไม่มีความจำเป็นต้องกักตุนน้ำมันแต่อย่างใด