คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ปรับอัตราเงินชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อบริหารจัดการราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยเฉพาะในกรณีที่ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศมีแนวโน้มสูงเกินกว่า 30 บาทต่อลิตร เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชน มีผลบังคับใช้ 17 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
- กลุ่มดีเซล: น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา และ B20 ได้รับเงินชดเชยจากกองทุนสูงถึง 20.36 บาทต่อลิตร
- กลุ่มแก๊สโซฮอล์: แก๊สโซฮอล์ E20 ชดเชย 11.06 บาทต่อลิตร, ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ชดเชย 9.73 บาทต่อลิตรแก๊สโซฮอล์ E85 ชดเชย 2.28 บาทต่อลิตร
ขณะเดียวกัน ปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและอัตราเงินชดเชยสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนี้
น้ำมันดีเซลหมุนเร็วพรีเมียม 1.50 บาทต่อลิตร
น้ำมันเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ 0.10 บาทต่อลิตร
น้ำมันดีเซลหมุนช้า 1.20 บาทต่อลิตร
สำหรับการปรับอัตราในครั้งนี้ กบน. ระบุว่าเป็นการดำเนินงานภายใต้กรอบนโยบายบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 เพื่อชะลอการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเน้นมาตรการระยะสั้นที่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง และพยายามหลีกเลี่ยงการอุดหนุนราคาน้ำมันข้ามกลุ่ม (Cross Subsidies) เพื่อไม่ให้กระทบต่อกลไกตลาดเสรีในระยะยาว