นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ระบุว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น และได้สร้างความกังวลต่อประชาชนและอีกหลายภาคส่วนนั้น รัฐบาลจะดูแลราคาน้ำมันดีเซล โดยควบคุมไม่ให้สูงไปมากกว่าปีก่อน แต่จะขยับเพดานราคาเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ตรึงไว้ที่ไม่เกินลิตรละ 30 บาท เป็นไม่เกินลิตรละ 33 บาท ซึ่งจะทยอยปรับขึ้นครั้งละ 50 สตางค์ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป (18 มี.ค.)
อย่างไรก็ดี สถานการณ์น้ำมันที่จะมีผลต่อราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ภายใต้การดูแลของกระทรวงพาณิชย์นั้น จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีผู้ผลิตสินค้ารายใดขอปรับขึ้นราคา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะดูแลผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวทั้งในมุมของผู้ประกอบการ และผู้บริโภค โดยจะมีการนำโครงการ "ธงฟ้า" จำหน่ายสินค้าราคาถูกให้กับประชาชนในเฉพาะพื้นที่เปราะบาง และเจรจาผู้ผลิตรายใหญ่ในการทำสินค้าราคาพิเศษเพื่อกระจายไปจำหน่ายใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ
ทั้งนี้ สำหรับสินค้าควบคุมที่จะต้อง "ขออนุญาต" มายังกรมการค้าภายใน ก่อนที่จะมีการปรับขึ้นราคาได้นั้น มี 8 หมวด ได้แก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, อาหารกระป๋อง, นมผง, ปุ๋ยเคมี, ยาปราบศัตรูพืช, อาหารสัตว์เลี้ยง เป็นต้น ซึ่งสินค้าเหล่านี้ยังไม่มีการขออนุญาตปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด ดังนั้นหากประชาชนพบว่ามีร้านค้าใดฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า ให้ช่วยแจ้งเบาะแสมาได้ที่สายด่วน 1569 ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน จะส่งทีมเข้าไปตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมาย
ส่วนหมวดสินค้าที่จะต้อง "แจ้ง" มาที่กรมการค้าภายใน ก่อนปรับขึ้นราคานั้น ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ ผงซักฟอก, ยาสระผม, น้ำยาล้างจาน เป็นต้น ซึ่งสินค้าเหล่านี้ ก็ยังไม่มีผู้ผลิตแจ้งมาขอปรับขึ้นราคาเช่นกัน ส่วนสินค้าในหมวดที่มีการติดตามราคา เช่น ข้าวสารบรรจุถุง, ซอสปรุงรส, น้ำปลา ก็ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้าเช่นกัน
อย่างไรก็ดี คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เตรียมจะเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ว่าจะให้มีการพิจารณาสินค้ารายการใดเพิ่มเติมเข้ามาในบัญชีสินค้าควบคุมหรือไม่ ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้ หากจะมีการปรับขึ้นราคา จะต้องขออนุญาตมายังกรมการค้าภายในก่อน
รมว.พาณิชย์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ปุ๋ยเคมีด้วยว่า ล่าสุด ได้คุยกับบริษัทผู้ผลิตปุ๋ยรายใหญ่แล้ว พบว่าปริมาณสต็อกในประเทศจะยังมีเพียงพอถึงเดือนพ.ค.นี้ อีกทั้งยังมีปุ๋ยที่ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการขนส่งจากตะวันออกกลาง ซึ่งหากสามารถขนส่งเข้ามาถึงไทยได้ ก็จะทำให้มีปริมาณสต็อกยาวเพียงพอไปจนถึงเดือนส.ค.
"ตอนนี้ เราขอให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยเจรจาในเรื่องการปล่อยเรือสินค้าที่ยังค้างอยู่ ให้กลับมาได้ ซึ่งจะทำให้มีปริมาณสต็อกเพิ่มไปจนถึงเดือนส.ค." นางศุภจี ระบุอย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมมาตรการไว้รองรับในกรณีที่ไม่สามารถมีสต็อกใหม่เข้ามาเพิ่มเติมได้ คือ จะหันไปรับซื้อปุ๋ยจากแหล่งอื่นทดแทน เช่น มาเลเซีย และบรูไน รวมถึงใช้กลไกราคาของโครงการปุ๋ยธงเขียว เข้ามาช่วยดูแลและลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรได้ซื้อปุ๋ยในราคาที่ถุกลง พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์จะประสานงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาหาสูตรปุ๋ยที่ลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ แต่ก็ต้องไม่ให้กระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรด้วย นอกจากนี้ การส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในการทำการเกษตร ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพิ่มเติม โดยอาจจะมีการให้สร้างแรงจูงใจด้วยการให้ incentive เพิ่มเติม
ส่วนกรณีที่มีข่าวเม็ดพลาสติกขาดแคลน และมีผลต่อการใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร โดยเฉพาะที่มีข่าวว่าอาจจะทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีราคาแพงขึ้นนั้น รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้มีการหารือกับผู้ผลิตสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายใหญ่แล้ว ซึ่งแจ้งว่าขณะนี้มีวัตถุดิบเข้ามาเพิ่มเติมแล้ว ทำให้จากเดิมที่เคยคาดว่าสต็อกเม็ดพลาสติกที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตบรรจุภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะมีเพียงพอถึงแค่เดือนเม.ย.นี้ ก็จะสามารถยืดเวลาออกไปอีก 4 เดือน