นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และรักษาการผู้ว่าฯ รฟท. เปิดเผยความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร (กม.) วงเงินลงทุน 179,412.21 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนก.พ. 69 งานโยธา มีผลงานประมาณ 52% ซึ่งยังมีความล่าช้าจากปัญหาการส่งมอบพื้นที่ แต่ยังคงเป้าหมายแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในปี 2573
ส่วนสัญญา 2.3 (งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร) วงเงิน 50,633.5 ล้านบาท ภาพรวมถือว่ามีความล่าช้า ปัจจุบันงานคืบหน้าเพียง 1.18% ขณะที่ระยะเวลาสัญญาใกล้จะสิ้นสุด โดยรฟท.อยู่ระหว่าง เจรจาเพื่อปรับแผนงานใหม่กับทางจีน ซึ่งจะมีการขยายกรอบระยะเวลาสัญญาออกไปเพื่อให้สอดคล้องกับงานโยธาที่จะแล้วเสร็จ รวมถึงเจรจาขอปรับเงื่อนไขการทยอยส่งมอบพื้นที่ จากเดิมที่ให้ส่งมอบทั้งหมดพร้อมกัน
รายงานข่าวระบุว่า สัญญา 2.3 มีบริษัท ไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์แนชันนัล และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ ดีไซน์ คอร์เปอเรชัน รัฐวิสาหกิจของจีน ดำเนินการลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 63 มีระยะเวลาดำเนินงาน 64 เดือน สัญญาสิ้นสุด วันที่ 22 เม.ย. 69
นายอนันต์ กล่าวว่า ขณะนี้งานก่อสร้าง โครงการรถไฟไทย-จีน มีประเด็นที่รอเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่พิจารณา 3 สัญญา ได้แก่
- สัญญา 3-5 ช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา ระยะทาง 12.38 กม. วงเงิน 7,750 ล้านบาท มีประเด็นการปรับรูปแบบการก่อสร้างบริเวณโคกกรวด-บ้านใหม่ จากทางวิ่งระดับดินระยะทาง 7.8 กม. เป็นทางวิ่งยกระดับตามการเรียกร้องของชาวจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้น 2,052.09 ล้านบาท ซึ่งบอร์ดรฟท.เห็นชอบแล้วตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย. 2567 และต้องนำเสนอครม.
- สัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.30 กม. กรอบวงเงินเดิมอยู่ที่ 11,801 ล้านบาท จากที่มีการดำเนินการเรื่องมรดกโลกตามข้อแนะนำของยูเนสโก ทำให้ผู้รับเหมาที่ชนะประมูลไม่ยืนราคา รฟท.ต้องเปิดประมูลหาผู้รับจ้างใหม่ โดยอยู่ระหว่างปรับแบบสถานีอยุธยาให้สอดคล้องกับแนวทาง HIA และความเห็นของกรมศิลปากร รวมทั้งทำแบบทางวิ่ง โดยจะแยกปริมาณงานให้มีความชัดเจนให้สะดวกในการก่อสร้าง และมีแผนงานในการขุดเจาะสำรวจโบราณสถานก่อนเริ่มก่อสร้าง
ซึ่งขณะนี้จัดทำร่าง TOR แล้วเป็นการประมูล 1 สัญญา คาดว่าจะใช้เวลาในการปรับแบบประมาณ 2 เดือน และเปิดประมูลภายในเดือนมิ.ย. 69 กระบวนการประมูลใช้เวลาประมาณ 4 เดือนได้ตัวผู้รับจ้างก่อสร้าง ภาพรวมสถานี ปรับให้มีขนาดเล็กลง คาดว่าจะไม่กระทบต่อกรอบวงเงินเดิม แต่ยังมีปัจจัยเรื่องต้นทุนราคาวัสดุ น้ำมัน ปัจจุบัน ที่เพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ หากมีประเด็นเปลี่ยนแปลงแล้วกระทบกรอบวงเงินรวมของโครงการรถไฟไทย-จีน จำเป็นต้องเสนอบอร์ดรฟท. รมว.คมนาคม และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่พิจารณา ตั้งเป้าให้เริ่มก่อสร้างภายในปี 2569
- สัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กม. มีประเด็นโครงสร้างรวมกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภุมิ-อู่ตะเภา) ที่ยังต้องรอข้อสรุปแก้สัญญาสัมปทานของคู่สัญญาบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด หรือ ซี.พี. และนำเสนอครม. เนื่องจาก รฟท. ได้ให้เอกชนดำเนินการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างร่วม
สำหรับในส่วนสัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้วและช่วงกุดจิก-โคกกรวด ที่มีประเด็นเครนก่อสร้างหล่นทับขบวนรถไฟ ปัจจุบันยังมีคำสั่งให้ผู้รับจ้างหยุดงานต่อไป ในระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องการบอกเลิกสัญญา ยังรอคำตอบจากสำนักงานอัยการสูงสุด