ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 32.49 กลับมาแข็งค่า แนวโน้มแกว่ง sideway กรอบ 32.40-32.75 จับตาทิศทาง Flow

ข่าวเศรษฐกิจ Friday March 20, 2026 09:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.49 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นมากจากปิดเมื่อวานที่ระดับ 32.82 บาท/ดอลลาร์

โดยตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งยังผันผวนสูง ช่วงนี้บรรดาผู้เล่นในตลาด จะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาทนั้น โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) ได้อ่อนกำลังลงอย่างชัดเจน จนเงินบาท สามารถกลับมาแข็งค่าขึ้นได้มากกว่าที่ประเมินไว้วันก่อน หลังผู้เล่นในตลาดได้ปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดา ธนาคารกลางหลัก นอกเหนือจากธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ทั้ง ธนาคารดลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งภาพ ดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนการรีบาวด์ขึ้นแรงของบรรดาสกุลเงินหลัก

นอกจากนี้ ในช่วงระหว่างวัน อาจต้องจับตาทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติที่ยังคงเห็นการทยอยขายสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติม ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยที่กดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่า และจะชะลอการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมาได้

นายพูน มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.40-32.75 บาท/ดอลลาร์

SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 32.7050 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 157.78 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 159.16/17 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1570 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1480/1482 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 32.784 บาท/ดอลลาร์
  • "ศูนย์วิจัยกสิกรไทย" ชี้เศรษฐกิจ ไทยเปราะบางขึ้นจากปัญหา "สงครามอิหร่าน" เปิด "3 ฉากทัศน์" กระทบเศรษฐกิจ
ไทยร้ายแรงสุด ฉุดจีดีพีเหลือเพียง 0.2-0.3% แนะรัฐลดแทรกแซงราคาน้ำมัน ห่วงนำไปสู่การขาดดุล 3 ต่อ "ขาดดุล การคลัง-การ
ดุลพลังงาน-ขาดดุลจากการนำเข้า" แถมกระทบตลาดและระบบพัง
  • ททท.ชูกลยุทธ์ดึงคนไทยกระเป๋าหนักเที่ยวในประเทศ สู้ตั๋วบินแพง-พิษน้ำมัน ปลุกกระแสเที่ยวใกล้บ้าน-เที่ยวชุมชน
สร้าง "Meaningful travel" กระจายรายได้เยียวยาเศรษฐกิจ เผยสถิติต่างชาติชะลอตัวจากสงครามตะวันออกกลาง ตลาดยุโรปลด
10% ตะวันออกกลางวูบ 58%
  • ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) แม้จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยเช่นเดียวกับเฟด แต่ก็ส่งสัญญาณ
เตือนถึงความไม่แน่นอนที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง
  • 5 ชาติยุโรปและญี่ปุ่นออกแถลงการณ์ร่วมกันเมื่อวานนี้ (19 มี.ค.) โดยระบุว่า ทั้ง 6 ชาติพร้อมเข้าร่วมในความพยายาม
ที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะมีความปลอดภัย และจะดำเนินมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาด
พลังงาน
  • นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เปิดเผยว่า ปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอล บรรลุเป้าหมายหลัก 2
ประการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นคือการทำลายขีดความสามารถของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และการผลิตขีปนาวุธ ส่วนเป้า
หมายสุดท้าย คือ การโค่นล้มระบอบการปกครองนั้น ถือเป็นภารกิจของประชาชนชาวอิหร่านเอง
  • กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 205,000
รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 215,000 ราย
  • สกุลเงินเยน ยูโร และปอนด์ แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวัน
พฤหัสบดี (19 มี.ค.) หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ), ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตรา
ดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อสูงอันเนื่องมาจากสงครามในตะวันออกกลาง
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเกือบ 6% ในวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) และเป็นการปรับตัวลงติดต่อกัน 7 วันทำการ
เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผลักดันราคาพลังงานพุ่งขึ้นและเสี่ยงที่จะทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นด้วยนั้น อาจ
ทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ทั่วโลกพากันตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ