นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) คาดว่า สถานการณ์ปัญหาขาดแคลนน้ำมันจะดีขึ้น ภายหลังจากได้ทยอยนำเข้าน้ำมันดิบเข้ามาแล้วกว่า 3,000 ล้านลิตร อีกทั้งโรงกลั่นมีการเพิ่มกำลังการผลิตเต็มที่ และอัดฉีดน้ำมันเข้าสู่ระบบสถานีบริการอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน
นอกจากนั้น ภายในสัปดาห์นี้จะเร่งรัดการใช้ B20 สำหรับผู้ใช้ในภาคอุตสาหกรรมด้วย
"เราจะมีน้ำมันดีเซลสูตร B20 ในสุดสัปดาห์นี้ ปตท. บางจาก เชลล์ ก็จะออกมาให้บริการให้ผู้ใช้ด้านอุตสาหกรรมด้วย โดยจะขายผ่าน Jobber" นายพิพัฒยน์ กล่าวนายพิพัฒน์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้มีข้อสั่งการภายในสัปดาห์นี้จะเห็นว่าไม่มีสถานีบริการใดที่บอกว่าไม่มีน้ำมันขาย ซึ่งจากการที่ประชุมได้รับความร่วมมือที่ดีจากทุกบริษัท บางโรงกลั่นเดินหน้ากลั่นเกิน 100% เพื่อบรรเทาและผ่อนคลายให้ผู้ใช้อย่างเพียงพอ
ส่วนกรณีผู้ประกอบการสมาคมขนส่งภาคใต้ขู่จะยกเลิกการเดินรถ หากรัฐบาลไม่แก้ไขปัญหานั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ค้าตามมาตรา 7 จะปล่อยน้ำมันผ่าน Jobber ซึ่งเดิมผู้ประกอบการไม่ต้องไปเติมน้ำมันที่หน้าปั๊ม แต่ซื้อผ่านจ๊อบเบอร์ เมื่อเข้าสู่ช่วงนี้ ผู้ค้าตามมาตรา 7 จะขายน้ำมันให้ Jobber ตามปกติ เชื่อว่า สามารถแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กล่าวว่า จากปริมาณความต้องการน้ำมันใช้ที่เพิ่มสูงในช่วงที่ผ่านมา จนอาจจะกลัวว่าไม่มีน้ำมัน ขอยืนยันว่า น้ำมันยังมีเพียงพอ เพราะตัวเลขที่ตรวจสอบจากกรมศุลกากรจะเห็นว่าน้ำมันดิบที่เข้ามาในประเทศไทย หากนับตั้งแต่วันที่ 1-20 มีนาคม มีน้ำมันดิบเข้าประเทศมาแล้วกว่า 3,400 ล้านลิตร ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอในการกลั่นใช้ในประเทศ เพียงแต่น้ำมันดิบที่เรากลั่นออกมาเป็นน้ำมันสำเร็จรูปภายในประเทศ จะมีกำลังการกลั่นอยู่ที่ 175 ล้านลิตร ส่วนดีเซลประมาณ 77 ล้านลิตรต่อวัน แต่ในขณะนี้ความต้องการเพิ่มขึ้นมาเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งทางโรงกลั่นก็พยายามเพิ่มกำลังการผลิตเต็มที่
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรี และภาครัฐเร่งดำเนินการ คือการจัดระบบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เพื่อไม่ให้มีคำถามว่าน้ำมันหายไปไหน โดยให้ผู้ค้าน้ำมัน มาตรา 7 เช่น ปตท. บางจาก เชลล์ และ Jobber อีก 200 กว่าราย ต้องรายงานว่าได้รับน้ำมัน หรือผลิตน้ำมันในปริมาณต่อวันเท่าใด และขายให้ใครบ้าง ในปริมาณเท่าไร ซึ่งข้อมูลทั้งหมดต้องรายงานให้กรมธุรกิจพลังงานได้รับทราบในทุกวัน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเห็นภาพว่าน้ำมันดิบที่ออกมาจากโรงกลั่นกว่า 70 ล้านลิตรต่อวันนั้น กระจายไปที่ใดบ้าง
"เราพยายามกระจายไปยัง Jobber สถานีบริการ ให้เท่ากับหรือมากกว่าปริมาณที่เคยได้เมื่อช่วงธ.ค. ม.ค. ก่อนที่เกิดเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเชื่อว่าเมื่อมีการจัดสรรในลักษณะนี้แล้ว จะสามารถรองรับความต้องการได้ในระดับหนึ่ง หากไม่มีการนำไปใช้ผิดประเภท หรือการกักตุน และจะช่วยให้สถานการณ์ความต้องการใช้น้ำมันกลับมาเป็นปกติ" ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าว
ส่วนการป้องกันการกักตุนน้ำมันนั้น กระทรวงพลังงาน โดยพลังงานจังหวัด ได้ร่วมกับพาณิชย์จังหวัด และกระทรวงมหาดไทย โดยผู้ว่าราชการทุกจังหวัด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สนธิกำลังในการออกตรวจในหลายพื้นที่ หากพบว่าสถานีบริการน้ำมันรายใดได้รับน้ำมันมาแล้ว แต่ไม่ยอมจำหน่าย จะถือว่ามีความผิด
"เราจะไปดูถึงในแท็งค์ หรือถังเก็บน้ำมัน ว่าน้ำมันแห้งจริงไหม ถ้าปั๊มไหนไม่ขาย หรือปิดบริการ ประชาชนสามารถแจ้งร้องเรียนมาได้ เราจะส่งคนไปตรวจ ว่าน้ำมันหมดจริงหรือเปล่า ถ้าหมด จะได้ประสานผู้ค้า ม.7 ม.10 นำน้ำมันไปเติมให้" ปลัดกระทรวงพลังงานระบุพร้อมกันนี้ รัฐบาลยังได้ผ่อนผันกรณีที่เคยจะให้มีการสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้น ก็เลื่อนออกไปก่อน ส่วนที่จะต้องสำรองน้ำมัน 1% ก็ผ่อนผันด้วยเช่นกัน ซึ่งทำให้ผู้ค้าไม่ต้องกังวลเรื่องปริมาณน้ำมันสำรองที่จะต้องมีตามกฎหมาย และสามารถนำน้ำมันที่สำรองไว้ออกมาให้บริการประชาชนได้มากขึ้น และเพียงพอกับความต้องการ ซึ่งล่าสุดจากที่ได้หารือกับผู้ค้าน้ำมันทุกราย ต่างยืนยันได้การจัดส่งน้ำมันไปมากกว่าโควตาปกติ
"ดังนั้นเรื่องการกักตุน ลักลอบส่งออก ถือว่ามีความผิด ภาครัฐจะปูพรมตรวจให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ผู้ใดกักตุนน้ำมัน เพื่อเก็งราคา และให้มีใช้อย่างเพียงพอ" ปลัดกระทรวงพลังงาน ระบุ
นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า กรมฯ ได้ติดตามปริมาณการผลิตน้ำมัน และการใช้น้ำมันอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณการน้ำมันจาก 6 โรงกลั่นในสภาวะปกติเมื่อช่วงเดือนม.ค.69 โรงกลั่นผลิตน้ำมันดีเซลได้ 76 ล้านลิตร/วัน แต่ ณ วันที่ 20 มี.ค.69 โรงกลั่นได้ผลิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นเป็น 80 ล้านลิตรต่อวัน ในขณะที่ปริมาณการใช้ พบว่า ในช่วงเดือนม.ค.69 ที่สถานการณ์ยังปกติ มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 67 ล้านลิตร แต่ยอดล่าสุดในช่วงครึ่งเดือนแรกของมี.ค. ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลเฉลี่ยต่อวัน อยู่ที่ 84 ล้านลิตร
"ในเดือนม.ค. โรงกลั่นผลิตดีเซลได้ 76 ล้านลิตร/วัน แต่ใช้ 67 ล้านลิตร/วัน จึงมีปริมาณเหลือเพียงพอเก็บไว้ในคลังสำรอง แต่ในปัจจุบัน ที่โรงกลั่นผลิตดีเซลได้ 80 ล้านลิตร/วัน แต่ใช้มากขึ้นเป็น 84 ล้านลิตร/วัน หรือบางวันกระโดดไปถึง 100 ล้านลิตร เราผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ จึงดึงสต็อกเก่าออกมาใช้" นายสราวุธ ระบุขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ผู้ค้ามาตรา 7 และมาตรา 10 ต้องส่งข้อมูลให้แก่กรมธุรกิจพลังงาน ในเวลา 6 โมงเย็นของทุกวัน หากผู้ค้ารายใดไม่นำส่งข้อมูลดังกล่าว จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนการตรวจบริษัทน้ำมันที่อ่างทองนั้น ผลปรากฎว่าบริษัทไม่มีใบกำกับการขนส่ง และไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ กรมธุรกิจพลังงานได้ประสานไปยังพลังงานจังหวัดอ่างทองให้ร้องทุกข์กล่าวโทษแล้ว สำหรับผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน ก็ได้ส่งเรื่องไปยังตำรวจแล้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป