พาณิชย์ แย้มเพิ่ม"มะพร้าวอ่อน-ผลิตภัณฑ์ปลากะพง-กากถั่ว"เข้าสินค้าควบคุม จับตาราคา "หมู-ไก่-ไข่ไก่"

ข่าวเศรษฐกิจ Friday March 27, 2026 11:09 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษเมื่อวานนี้มีมติเร่งออกมาตรการดูแลผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลต่อต้นทุนค่าครองชีพของประชาชนและภาคธุรกิจ โดยรัฐบาลมีเป้าหมายช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย และรักษาสมดุล ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวข้องกับ 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การดูแลกลุ่มเปราะบาง การควบคุมราคาสินค้า และการช่วยเหลือภาคเกษตรและผู้ประกอบการ

ด้านการควบคุมราคาสินค้า ตามที่ประชุมคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 มีแผนปรับเพิ่มสินค้าควบคุมจาก 59 รายการ เป็น 66 รายการ รอบแรกมีการเสนอสินค้าควบคุมใหม่ 3 รายการ ได้แก่ เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรส (น้ำปลา ซีอิ้ว) ให้ที่ประชุมครม.พิจารณาเพื่อกำหนดมาตรการกำกับดูแล และมีอีก 3 รายการสินค้าที่เตรียมเสนอ ได้แก่ มะพร้าวผลอ่อน ผลิตภัณฑ์ปลากะพง และกากถั่วเหลือง

ในส่วนของมาตรการกำกับดูแลสินค้าควบคุมเดิม มีการยกระดับมาตรการเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยแบ่งระดับการกำกับดูแลเป็น

1.กลุ่มต้องขออนุญาตก่อนขึ้นราคา จากเดิม 8 รายการ เพิ่มเป็น 15 รายการ เช่น กระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย สบู่ และน้ำมันปาล์ม

2.กลุ่มต้องแจ้งก่อนปรับราคา 15 สินค้า 2 บริการ

3.กลุ่มติดตามสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิดรวมถึงซอสปรุงรส อาทิ น้ำปลา ซีอิ้ว ที่มีมาตรการดูแลอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังมีเนื้อสัตว์ ได้แก่ เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ ที่เป็นสินค้าควบคุมและมีมาตรการแล้ว ซึ่งกระทรวงจะมีการติดตามราคาอย่างใกล้ชิดหากเกิดราคาผันผวน พร้อมที่จะใช้มาตรการในระดับเข้มขึ้นซึ่งเป็นอำนาจตามกฏหมายมาตรา 27

นางศุภจี กล่าวว่า อีกหนึ่งมาตรการสำคัญของรัฐบาล คือ การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจาก 300 บาท เป็น 400 บาท เพื่อใช้ซื้อสินค้าจำเป็นควบคู่กับโครงการลดค่าครองชีพ รวมถึงการพิจารณาช่วยเหลือค่าขนส่งทั้งระบบขนส่งสาธารณะ วินมอเตอร์ไซค์ และไรเดอร์

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมดำเนินโครงการ "ไทยช่วยไทย" ลดภาระค่าครองชีพร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้ค้าปลีก-ค้าส่งทั่วประเทศ นำสินค้าจำเป็นมาจำหน่ายในราคาพิเศษ เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ข้าวสาร น้ำมันพืช น้ำปลา และเครื่องปรุงรส พร้อมเชื่อมโยงการใช้จ่ายกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

โครงการ"ไทยช่วยไทย"จะประกอบด้วยสินค้ากลุ่มอุปโภคลดราคาสูงสุด 50% และสินค้าบริโภคลดสูงสุด 25% ผ่านสินค้า House Brand ของห้างค้าปลีก ซึ่งมีกำหนดเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2569 เป็นระยะเวลา 2 เดือน และกระจายสินค้าไปยังร้านค้าทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด รวมถึงร้านโชห่วย เพื่อให้เข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีการขยายจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ภายใต้โครงการ "ธงฟ้า" ควบคู่กันในช่วงเดือน มีนาคม-สิงหาคม โดยเน้นเฉพาะพื้นที่จำเป็น เพื่อไม่ให้กระทบผู้ค้ารายย่อยในท้องถิ่น

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ลงตรวจสอบราคาสินค้าและบริการอย่างเข้มงวด ล่าสุด (ณ 26 มี.ค.69)ได้ตรวจสถานีบริการน้ำมันแล้ว 1,935 แห่ง ร้านค้าและตลาด 645 แห่ง และร้านปุ๋ย 662 แห่งทั่วประเทศ โดยเน้นตรวจปริมาณสินค้า การแสดงราคา และการจำหน่ายให้ตรงตามราคาที่กำหนด พร้อมเปิดสายด่วน 1569 รับแจ้งเบาะแส หากพบการฉวยโอกาสขึ้นราคา

ในภาคเกษตร กระทรวงพาณิชย์เร่งบริหารสต๊อกปุ๋ย พร้อมส่งเสริมการใช้ปุ๋ยทางเลือกและปุ๋ยอินทรีย์ รวมถึงโครงการ "ปุ๋ยธงเขียวพลัส" ตั้งเป้าช่วยลดต้นทุนเกษตรกรกว่า 10 ล้านกระสอบ

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ปัญหาเรือสินค้าติดค้างในเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ โดยมีการประสานผู้นำเข้าในประเทศปลายทางหรือประเทศใกล้เคียงรับซื้อสินค้า เพื่อลดความเสียหายของผู้ส่งออกไทย

นางศุภจี ระบุว่า น้ำมันเขื้อเพลิงมีสัดส่วนน้ำหนักในตะกร้าเงินเฟ้อประมาณ 7% การสูงขึ้นจะกระทบต้นทุนด้านพลังงาน อาหาร และการขนส่ง โดยกระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมฉากทัศน์รองรับในระดับราคาน้ำมัน 80-120 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และระดับราคาที่สูงกว่า กระทรวงพาณิชย์จะเร่งดำเนินมาตรการอย่างทันท่วงที เพื่อลดผลกระทบให้น้อยที่สุด โดยยืนยันว่าจะใช้ทุกกลไกที่มีดูแลราคาสินค้าและบริการอย่างสมดุล ควบคู่กับการขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ