รัฐ จ่ายช่วยรถบรรทุก-บขส.ลิตรละ 4-6 บ.รถตู้-สองแถว-วินฯ เดือนละ 300 บ.แลกตรึงค่าโดยสาร

ข่าวเศรษฐกิจ Friday March 27, 2026 13:34 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงแนวทางการรับมือวิกฤตราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยยืนยันนโยบายเร่งด่วนในการช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการขนส่งและประชาชนผู้ใช้บริการ เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่กระทบต่อเงินในกระเป๋าของประชาชน โดยชู 3 มาตรการหลัก เยียวยาคนขับ-คุ้มครองคนใช้

กระทรวงคมนาคมได้เตรียมมาตรการเชิงรุกเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่องให้กับภาคการขนส่ง ดังนี้

1. มาตรการ "ชดเชยส่วนต่างราคาน้ำมัน" กระทรวงฯ เตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้าเพื่อชดเชยค่าเชื้อเพลิงให้แก่ผู้ให้บริการ 4 กลุ่มหลัก แยกตามประเภท ดังนี้

รถบรรทุกไม่ประจำทางตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป จำนวน 287,175 คัน สนับสนุนน้ำมัน 6 บาท/ลิตร

รถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่ (บขส./รถร่วมฯ) หมวด 2 และ 3 จำนวน 11,395 คัน สนับสนุนน้ำมัน 4 บาท/ลิตร

รถโดยสารขนาดเล็ก (รถสองแถว/ตู้) หมวด 4 จำนวน 19,414 คัน สนับสนุน 300 บาท/คัน/วัน

รถจักรยานยนต์รับจ้าง , ไรเดอร์ จำนวน 114,653 คัน สนับสนุน 300 บาท/คัน/เดือน

โดยจะเริ่มตามมาตรการตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน 2569 คำนวณเงินชดเชยตามการใช้งานจริงผ่านระบบ GPS และแอปพลิเคชัน เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือผู้ขับขี่โดยตรง

2. ตรึงราคาค่าโดยสาร โดยสั่งการให้กรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง "ตรึงค่าโดยสาร" รถสาธารณะทุกประเภทไว้ในระดับเดิมให้นานที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อค่าครองชีพของประชาชน พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการเอกชนให้ช่วยกันประคับประคองในช่วงวิกฤตนี้

3. ปลดล็อกน้ำมันสำรองและหนุนดีเซล B20 เพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลน กระทรวงฯ ได้ประสานงานเพื่อปรับลดสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมาย ทำให้มีน้ำมันหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้น และเตรียมเปิดตัวน้ำมันดีเซล B20 ราคาพิเศษ สำหรับภาคขนส่ง ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไปประมาณ 5 บาทต่อลิตร เพื่อลดต้นทุนการเดินรถ

"เราเข้าใจความเดือดร้อนของผู้ให้บริการที่ต้องแบกรับต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ขณะเดียวกันเราต้องปกป้องผู้โดยสารไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าโดยสาร มาตรการที่เราออกมาจึงมุ่งเน้นการลดต้นทุนที่ต้นทาง โดยเฉพาะการจัดจุดเติมน้ำมันพิเศษสำหรับรถสาธารณะในทุกจังหวัด เพื่อให้มั่นใจว่ารถโดยสารจะมีน้ำมันเพียงพอและให้บริการได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเดินทางที่จะถึงนี้"นายพิพัฒน์ กล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้จัดตั้ง วอร์รูม (War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและผลกระทบต่อค่าขนส่งอย่างใกล้ชิด หากพบผู้ประกอบการรายใดฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จะดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุดทันที โดยเปิดสายด่วนกรมการขนส่งทางบก โทร. 1584


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ