แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างเตรียมเสนอร่างประกาศปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 1 บาทต่อลิตร โดยจะส่งรายละเอียดให้กฤษฎีกา และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เห็นชอบ หากได้รับการอนุมัติจะมีผลทันที เพื่อ
ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันจะทำเฉพาะน้ำมันดีเซลอย่างเดียว จากปัจจุบันมีการจัดเก็บในอัตรา 5-6 บาทต่อลิตร ขึ้นกับประเภทของน้ำมันดีเซล ส่วนรายละเอียดว่าจะปรับลดเท่าไหร่ ระยะเวลานานแค่ไหน ขณะนี้กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างพิจารณาความเหมาะสมที่ต้องดูควบคู่หลายปัจจัย ทั้งการใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิ แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะปรับลดเท่าไหร่และนานแค่ไหน
"ยืนยันว่าการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลจะเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเท่านั้น เมื่อมีรัฐบาลใหม่ก็ต้องมาพิจารณาอีกครั้งว่าจะทำต่อไหม ถ้าทำต่อจะทำแค่ไหน ทำมากขึ้น หรือน้อยลง เพราะสถานการณ์มันเปลี่ยนทุกวัน ต้องมาดูว่าแต่ละช่วงเวลาจะใช้มาตรการลักษณะไหนจึงจะเหมาะสม เรื่องนี้สามารถดำเนินการได้เลยผ่านการออกประกาศ หากกรมสรรพสามิตทำการบ้านเสร็จแล้ว ต่อไปก็ส่งเรื่องถามกฤษฎีกา และขอความเห็นชอบจาก กกต. เพราะเรื่องนี้เป็นการบรรเทาภาระของพี่น้องประชาชน" นายลวรณ กล่าวส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าควรรอรัฐบาลใหม่ที่คาดว่าจะใช้เวลาราว 2 สัปดาห์นั้น นายลวรณ ระบุว่า เรื่องนี้ถือเป็นความเดือดร้อนของประชาชน คงรอเวลาถึง 2 สัปดาห์ไม่ได้ เพราะราคาน้ำมันมีการปรับขึ้นไปแล้วก็ต้องมาหามาตรการหรือแนวทางในเยียวยาผลกระทบให้ประชาชน ซึ่งเรื่องนี้มีความจำเป็นและเร่งด่วน
อย่างไรก็ตาม การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงทุก ๆ 1 บาทต่อลิตร จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 2 พันล้านบาทต่อเดือน ซึ่งต้องยอมรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าจะส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้อย่างแน่นอน โดยขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังเร่งประเมินสถานการณ์อยู่ ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังก็ต้องมาพิจารณาแนวทางจัดเก็บรายได้เพิ่มเติมว่าจะมีส่วนไหนมาชดเชยได้บ้าง เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) , ภาษีนำเข้า จากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลงส่งผลให้สินค้านำเข้ามีราคาสูงขึ้น โดยคลังจะต้องใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อให้การจัดเก็บรายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่ได้รับ
สำหรับปัจจัยเสี่ยงเรื่องวิกฤติพลังงานและความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 69 แน่นอน โดยตัวเลขที่ชัดเจนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ อยู่ระหว่างการเร่งประเมินเพื่อเสนอให้ ครม. รับทราบต่อไป ขณะที่ สศค. ก็อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินในภาพรวมต่อไปเช่นกัน
ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มาตรการเติมเงินพิเศษเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 100 บาทต่อเดือนนาน 1 เดือน ให้ผู้ถือบัตรราว 13.4 ล้านราย เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รวมเป็นวงเงินซื้อสินค้า 400 บาทต่อคนต่อเดือน จากปกติ 300 บาทนั้น กระบวนการหลังจากนี้เป็นเรื่องของการใช้เงินจากงบกลาง ต้องทำเรื่องขอให้ กกต.เห็นชอบก่อนเช่นกัน เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นาน โดยยืนยันว่าจะดำเนินการเติมเงินได้ภายในเดือน เม.ย.69 อย่างแน่นอน ในรอบ 30 วัน
พร้อมกล่าวถึงข้อเสนอให้เก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากโรงกลั่นเพื่อนำมาอุดหนุนราคาน้ำมันให้ประชาชนนั้น ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษเมื่อวานนี้ยังไม่ได้มีการหารือในระดับนโยบายถึงเรื่องการเก็บภาษีลาภลอยแต่อย่างใด แม้ว่าที่ผ่านมากระทรวงการคลังจะมีการศึกษาเรื่องอยู่ก็ตาม แต่ส่วนตัวมองว่ายังดำเนินการได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากราคาน้ำมันผันผวนสูง ราคาปรับขึ้นลงรวดเร็วเกือบทุกวัน ลักษณะคล้ายราคาทองคำ ดังนั้นหากจะดำเนินการก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบและรอบด้าน รวมถึงพิจารณาในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับลดลงและผู้ประกอบการขาดทุนควบคู่กันไปด้วย