ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.87 ระหว่างวันทดสอบ 33.00 ก่อนกลับมาแข็งค่าจากช่วงเช้ารับแรงขายดอลลาร์-ราคาทองขยับขึ้น

ข่าวเศรษฐกิจ Monday March 30, 2026 17:29 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.87 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจาก ช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.98 บาท/ดอลลาร์

ระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.72 - 33.00 บาท/ดอลลาร์ โดยในช่วงเช้า เงินบาทขึ้นไปทดสอบที่ระดับ 33 บาทถ้วน แต่ไม่สามารถทะลุขึ้นไปได้ เนื่องจากมีแรงขายดอลลาร์ จึงทำให้เงินบาทลงมาอยู่ต่ำกว่า 33 บาท/ดอลลาร์ ประกอบกับ ระหว่างวัน ราคาทองคำโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เงินบาทกลับมาแข็งค่าจากช่วงเช้า

สำหรับคืนนี้ ทางฝั่งสหรัฐฯ ยังไม่มีรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ในขณะที่ตลาดยังคงติดตามสถานการณ์และพัฒนาการความ ขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง

นักบริหารเงิน คาดว่า เงินบาทวันพรุ่งนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.70 - 33.00 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.62 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 159.90 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1490 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1500 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ 1,449.62 จุด เพิ่มขึ้น 2.57 จุด (+0.18%) มูลค่าซื้อขาย 57,708.29 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้ขายสุทธิ 918.95 ล้านบาท
  • กระทรวงการคลัง เผย สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนก.พ.69 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของการท่อง
เที่ยว ทั้งนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่การส่งออกสินค้ามีการขยายตัวในอัตราชะลอตัวลง และการ
ผลิตอุตสาหกรรมทรงตัวจากเดือนก่อน พร้อมติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน ทิศทางค่าเงินบาท และสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวัน
ออกกลาง ที่จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตสินค้าของไทย
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ประเมินทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-33.30
บาท/ดอลลาร์ พร้อมมองว่า ยิ่งสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ ความตึงตัวด้านอุปทานจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น
โดยหากนักลงทุนปิดรับความเสี่ยงอย่างรุนแรง เงินดอลลาร์จะแข็งค่าต่อไป
  • บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ กล่าวว่า ภาพการลงทุนในไตรมาส 2/69 ยังถูกปกคลุมด้วยสถานการณ์สงครามที่เป็นปัจจัยกดดัน
ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ตั้งแต่ในช่วงปลายไตรมาส 1/69 พัฒนาการของสงคราม ยังเป็นปัจจัยหลักที่จะขับเคลื่อนตลาดต่อไปในระยะ
สั้น ความกังวลด้านอุปทานน้ำมัน นำไปสู่การพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของราคา ซึ่งหากยืนในระดับสูงต่อเนื่อง ตามภาวะสงครามที่อาจยืดเยื้อ
และรุนแรงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อประมาณการเศรษฐกิจโลกลดลง แรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น กระทบทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย และการลงทุน
ในสินทรัพย์เสี่ยงในที่สุด
  • กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 7 (G7) จัดการประชุมออนไลน์ในวันนี้ โดยมี รมว.คลัง, รมว.พลังงาน และผู้ว่าการ
ธนาคารกลาง เข้าร่วมการประชุม เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการรับมือกับราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้น อันเนื่องมาจากสงครามระหว่างฝ่ายอิหร่าน
กับฝ่ายสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล
  • ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวว่า ทางธนาคารกลาง จะติดตามความเคลื่อนไหวของเงินเยนอย่างใกล้ชิด
เนื่องจากมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และระดับราคาในประเทศ พร้อมส่งสัญญาณว่า ต้นทุนการนำเข้าที่แพงขึ้นจากภาวะเงินเยนอ่อนค่า อาจ
เป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักพอให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
  • ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เผยแพร่รายงานสรุปความคิดเห็นของคณะกรรมการในการประชุมประจำเดือนมี.ค. โดยระบุ
ว่า กรรมการหลายคนของ BOJ ระบุถึงความจำเป็นในการพิจารณาใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงิน เนื่องจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงอันเนื่อง
มาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง อาจเป็นตัวเร่งให้ราคาสินค้าพุ่งขึ้น และทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย
  • China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้อ่อนค่าลง
0.0082 หยวน แตะที่ระดับ 6.9223 หยวน/ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น เงินหยวนได้รับอนุญาต
ให้ปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากอัตราค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน
  • กระทรวงการคลังเวียดนาม ออกประกาศหลักเกณฑ์ทางภาษีสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์คริปโทเคอร์เรนซี โดยเรียกเก็บ
ภาษีในอัตรา 0.1% ของมูลค่าการทำธุรกรรมแต่ละครั้ง ครอบคลุมนักลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ รวมถึงผู้มีถิ่นที่อยู่ และไม่มีถิ่นที่อยู่ใน
ประเทศ
  • ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของกลุ่มประเทศ G7 ที่จะมีการรายงานในวันนี้ ได้แก่ สหภาพยุโรป (อียู) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค

เดือนมี.ค., ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนมี.ค., เยอรมนี รายงานอัตราเงินเฟ้อขั้นต้นเดือนมี.ค.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ