ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือนมี.ค. 69 ปรับลดลงเกือบทุกองค์ประกอบ มาอยู่ที่ระดับ 47.7 นำโดยด้านคำสั่งซื้อ และต้นทุน จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้ความเชื่อมั่นภาคที่มิใช่การผลิต ปรับลดลงในเกือบทุกหมวดธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร ซึ่งลดลงในระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือนตามด้านคำสั่งซื้อ ผลประกอบการ และปริมาณการให้บริการที่ปรับลดลงมาก จากการยกเลิกการจองตั๋วเครื่องบิน และที่พักแรมของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง โดยเฉพาะโรงแรมในภาคใต้ ที่พึ่งพานักท่องตะวันออกกลาง และสหภาพยุโรปมาก รวมทั้งการยกเลิกเที่ยวบินตรงของสายการบินตะวันออกกลางมาประเทศไทย
เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นภาคการผลิต ที่ปรับลดลงในหลายหมวดธุรกิจ นำโดยกลุ่มผลิตเม็ดพลาสติก และบรรจุภัณฑ์พลาสติก เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาพลังงานสูงขึ้น กระทบต่อต้นทุนการขนส่ง และการนำเข้าวัตถุดิบต้นน้ำสำหรับการผลิตพลาสติก เช่น น้ำมันดิบ และแนฟทา ทำให้ความเชื่อมั่นด้านต้นทุน และคำสั่งซื้อปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 19 เดือน
อย่างไรก็ดี ความเชื่อมั่นกลุ่มผลิตอาหารปรับเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งจากการเร่งซื้อสินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภค อาทิ น้ำมันปาล์ม ข้าวสาร ทำให้ความเชื่อมั่นด้านคำสั่งซื้อ และการผลิตปรับเพิ่มขึ้นมาก
ขณะที่ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีฯ ปรับลดลงในทุกองค์ประกอบมาอยู่ที่ระดับ 44.2 นำโดยด้านต้นทุน การผลิต และคำสั่งซื้อ จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง โดยความเชื่อมั่นภาคการผลิตปรับลดลงมากในทุกหมวดธุรกิจ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อ นำโดยกลุ่มผลิตเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติก ส่วนหนึ่งจากความกังวลการขาดแคลนวัตถุดิบ เช่น เม็ดพลาสติก ทำให้ด้านต้นทุน การผลิต และผลประกอบการปรับลดลง รวมทั้งกลุ่มผลิตเหล็กที่ความเชื่อมั่นปรับลดลง จากความกังวลแนวโน้มการใช้เหล็กในหลายอุตสาหกรรมที่อาจลดลง อาทิ ชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นภาคที่มิใช่การผลิต ปรับลดลงในเกือบทุกหมวดธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร ที่ความเชื่อมั่นปรับลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 ตามปริมาณการให้บริการผลประกอบการ และคำสั่งซื้อที่ปรับลดลงมาก จากราคาตั๋วเครื่องบินที่ปรับสูงขึ้นตามราคาพลังงาน และความกังวลต่อความไม่แน่นอนจากสงคราม ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว รวมทั้งกลุ่มค้าปลีกที่ความเชื่อมั่นปรับลดลง นำโดยผลประกอบการ และปริมาณการค้า ตามความกังวลต่อการขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภค และน้ำมันเชื้อเพลิง
นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นด้านต้นทุนปรับลดลงมาก ทั้งในปัจจุบันและในอีก 3 เดือนข้างหน้า จากทั้งภาคการผลิตและภาคที่มิใช่การผลิต ตามราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นมากจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการผลิต และค่าขนส่ง
ทั้งนี้ หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อไปอีก 2 เดือน ธุรกิจเริ่มมีความกังวลต่อการขาดแคลนวัตถุดิบที่ต้องนำเข้าจากตะวันออกกลาง เช่น ปุ๋ย และเม็ดพลาสติก สอดคล้องกับความเชื่อมั่นด้านปริมาณวัตถุดิบคงคลัง ที่ปรับลดลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2564
สัดส่วนของผู้ประกอบการที่กังวลต่อต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น จนมาเป็นข้อจำกัดอันดับแรกในรอบ 8 เดือน รวมทั้งความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ ที่ปรับมาเป็นข้อจำกัดอันดับที่ 2 ซึ่งส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในอีก 12 เดือนข้างหน้า ที่ปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 2.5% จาก 2.1% ในเดือนก่อน