นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวงมีแนวคิดในการใช้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ (TFFIF) มาก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐ
ก่อนหน้านี้ กรมทางหลวงได้จัดทำร่างกฎหมายค่าธรรมเนียมผ่านทางฉบับใหม่เสร็จแล้ว เนื่องจากพ.ร.บ. กำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 ไม่ให้นำรายได้จากกองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทางไปใช้ในการระดมทุน รวมถึงจะต้องปรับบัญชีเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทางมอเตอร์เวย์ ให้มีสภาพเป็นนิติบุคคล เพื่อให้สามารถทำนิติกรรมกับกองทุน TFFIF ได้ และได้นำเสนอคณะกรรมการกฤษฏีกา แต่เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนรัฐบาล ดังนั้นหลังจากรัฐบาลชุดใหม่แถลงนโยบายเสร็จเรียบร้อย กรมฯจะนำเสนอเรื่องนี้อีกครั้ง
ซึ่งเชื่อว่า การทำ TFFIF ของกรมทางหลวงจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดภาระงบประมาณในการลงทุน และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และยังทำให้สามารถนำเงินจากกองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทางไปใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้น
ปัจจุบันกองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง มีรายได้จากมอเตอร์เวย์ สาย 7 และสาย 9 ประมาณ 9,000 ล้านบาทต่อปี มีภาระค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 ล้านบาท ไม่รวมภาระจ่ายค่าก่อสร้าง ซึ่งที่ผ่านมาใช้ในโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M82 สายเอกชัย-บ้านแพ้ว ซึ่งจ่ายครบปี 2569 ขณะที่มีเงินสะสมประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี ถือว่ามีมีความเสี่ยงต่ำ
ขณะที่ ตามระเบียบกรมทางหลวงว่าด้วยเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง กำหนดวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพัน 4 ข้อเท่านั้นได้แก่ 1. สำหรับการก่อสร้าง ขยาย บูรณะ และบำรุงรักษาทางหลางและสะสะพาน 2. การจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เกี่ยวกับการใช้ทางหลวงและสะพาน 3. งานส่วนที่เกี่ยวกับการจัดเก็บค่าธรรมเนียม 4. การชดใช้เงินกู้ในการก่อสร้างและขยายทางหลวงและสะพาน
การทำกองทุน TFFIF ของกรมทางหลวง เพื่อให้มีกลไกไว้สำหรับอนาคต ดังนั้นหากรัฐบาลมีนโยบายเรื่องนี้ กรมทางหลวงพร้อมดำเนินการและเตรียมจะหารือกับกระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อผลักดัน ทั้งนี้ เนื่องจากร่างกฎหมายทำไว้ตั้งแต่ปี 2562 หรือ 5 ปีแล้ว กรมทางหลวงจะมีการทบทวนร่างเดิม ให้เป็นปัจจุบันสอดคล้องกับสถานการณ์ คาดใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน จะสามารถนำเสนอครม.เห็นชอบ และเข้าสู่กระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายของสภาผู้แทนราษฏร (สส.) และวุฒิสภา (สว.)
ส่วนโครงการที่มีความพร้อมเป็นโครงการนำร่องที่จะใช้การระดมเงินจาก TFFIF ในการก่อสร้างคือ มอเตอร์เวย์ M8 ระยะที่ 1 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กม.ซึ่งแผนเดิมทล.จะใช้รายได้จากองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทางมอเตอร์มาก่อสร้างงานโยธา ช่วง นครปฐม-ตลาดจินดา ระยะทาง 9.3 กม. ประมาณ 10,509 ล้านบาท หากการแก้ไขกฎหมายแล้วเสร็จภายในปี 2570 คาดว่าจะใช้เวลาในการออก TFFIF เพื่อระดมทุนได้ในปี 2571 พอดีกับแผนงานโครงการ